
ดอน วีโต คอร์เลโอเน่ จัดงานฉลองวันแต่งงานให้กับลูกสาว คอนสตานเซีย(คอนนี่) คาร์เลโอเน่ กับ คาร์โล รีสซี ,เจ้าบ่าวผู้มีบิดาเป็นชาวเกาะซิซิลี และ มารดาเป็นคนทางเหนือของประเทสอิตาลี ดอนไม่ค่อยชอบหน้าลูกเขยสักเท่าไหร่ยกเว้นหมอนั่นมาพร้อมกับรายละเอียดเกี่ยวกับ'กาสิโน' การพนันอย่างถูกต้องตามกฎหมายในเนวาดา ดอนให้เพื่อนจัดการลบประวัติพกอาวุธปืนในที่สาธารณะจากแฟ้มตำรวจรัฐเนวาดาของคาร์โลจนสะอาดเอี่ยมอ่อง คอนนี่ คอร์เลโอเน่ ในชุดเจ้าสาวสีขาว บริสุทธิ์ ดุจพรหมจารีของหล่อน รูปร่างบอบบางและขี้หงุดหงิด มีแนวโน้มพออายุมากขึ้นจะเป็นคนขี้บ่น วันนี้หล่อนสวยเด่นงามสง่า นั่งวางมือบนต้นขาเจ้าบ่าวซึ่งห่อปากรูปคันศรรักกามเทพส่งจูบให้ดอน วีโต คอร์เลโอเน่ เปิดบ้านลองบีชหลังโตที่ ลองไอส์แลนด์ ต้อนรับแขกเหรื่อมางานเลี้ยงวันเสาร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม คศ. 1945 เขาไม่เคยลืมเพื่อนเก่าและเพื่อนบ้าน ทยอยกันออกมาจากนิวยอร์กเพื่อให้เกียรติเขา โดยถือซองจดหมายสีครีมใส่เงินสดๆมาให้เป็น ของขวัญ สำหรับเจ้าสาว ในแต่ละซองจะมีนามบัตรแจ้งชื่อผู้ให้และจำนวนเงินทีแสดงความนับถือต่อก๊อดฟาเธอร์สุดหัวใจ
ดอน วีโต คอร์เลโอเน่ ไม่ปรารถนาสิ่งใดจากผู้มาขอความช่วยเหลือ นอกจากมิตรภาพ และ การแสดงความเคารพจากคำนำหน้านาม ดอน หรือฉายา ก๊อดฟาเธอร์ บางครั้งมีการแสดงออกในรูปธรรมง่ายๆ เช่น ของขวัญเล็กๆน้อยๆอย่างเหล้าไวน์ทำเองสักแกลลอนหรือตาราลเลสใส่พริกสักกระจาด นั่นเป็นมารยาทที่บ่งบอกว่าคนๆนั้นเป็นหนี้เขาอยู่ และเขามีสิทธิ์เรียกร้องหามันได้ทุกเวลา
ใครที่มาขอความช่วยเหลือจากดอนจะไม่เคยผิดหวังกลับไป เขาไม่เคยให้สัญญาลมๆแล้งๆ ไม่เคย(แก้ตัว)อ้างว่ามีอำนาจอื่นในโลกยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ไม่สำคัญว่าผู้ที่มาขอความช่วยเหลือจะมีปัญญาตอบแทนบุญคุณหรือไม่ ไม่ว่าใครจะยากดีมีจน หรือไร้อำนาจวาสนา ดอน วีโต คอร์เลโอเน่ ยินดีจะแบกรับความยุ่งยากของผู้นั่นใส่ไว้ในใจ และอาสาคลายทุกข์ให้ทุกคน หวังแต่เพียง รางวัล ตอบแทนน้ำใจด้วยมิตรภาพชั่วนิรันดร์
โธมัส เฮเจน นำ อเมริโก โบนาซารา ไปพบ ดอน ในห้องทำงาน ดอนต้อนรับแขกผู้นี้อย่างเย็นชา ไม่กอดและไม่เชกแฮนด์ด้วยแต่โบนาซาราก็มีวิธีเรียกร้องความสนใจอย่างฉลาด" ผมเชื่อมั่นในอเมริกา อเมริกาสร้างความมั่งคั่งให้ผม และ ผมเลี้ยงลูกสาวผมตามแบบอเมริกัน ให้เสรีแก่เธอแต่ผมสอนเธอว่าอย่าทำตัวให้เสียเกียรติวงศ์ตระกูล เธอมีแฟนคนหนึ่งไม่ใช่อิตาเลี่ยน เธอออกไปดูหนังกับเขาแล้วก็อยู่ดึกดื่น ผมไม่หวงห้าม
2 เดือนก่อนแฟนชวนเธอออกไปเที่ยวกับไอ้หนุ่มอีกคน พวกมันมอมเหล้าเธอ พยายามปลุกปล้ำเธอ เธอขัดขืน เธอรักษาเกียรติ มันเลยซ้อมเธอเหมือนสัตว์
ผมไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาล เห็นดั้งจมูกเธอหัก ขากรรไกรแตกต้องเอาลวดรัดเอาไว้ เธอร้องไห้ไม่ออกเพราะความเจ็บปวดแต่ผมร้องไห้โฮ ร้องเพราะอะไร.. เธอเป็นแสงสว่างแก่ชีวิตผม เธอเป็นคนสวย ตอนนี้เธอจะไม่สวยงามอีกต่อไปแล้ว
ขอโทษครับ (ซันนี่เอาน้ำให้ดื่ม) ผมไปหาตำรวจอย่างพลเมืองดี จนสองคนนั่นถูกจับขึ้นศาล ผู้พิพากษาตัดสินจำคุกมัน 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา มันได้รับการรอลงอาญา และก็เป็นอิสระ(ปล่อยตัว)ไปในวันนั้น ผมยืนอยู่กลางศาลราวกับไอ้งั่ง ไอ้เลวสองตัวนั่นมันยิ้มเยาะผม ผมพูดกับเมียว่าเราต้องไปหาความยุติธรรม เราต้องไปหา ดอน คอร์เลโอเน่ "
" ทำไมคุณไปแจ้งตำรวจ ทำไมคุณไม่มาหาผมก่อน " ดอนก้มหัวฝืนแสดงความเคารพต่อความเศร้าโศกของอาคันตุกะ
" คุณต้องการอะไรโปรดบอกผมเถอะ แต่ขอให้ทำในสิ่งที่ผมขอร้อง "
" อะไร? (โบนาเซราเดินมากระซิบ) ผมทำให้ไม่ได้ "
" จะเอาอะไรผมจ่ายให้ได้หมด " น้ำเสียงเขาหยิ่งทรนงทันใด เฮเจนร่างสะท้านขณะซันนี่กอดอกยิ้มเหยียด
" เรารู้จักกันมาหลายปีแต่นี่เป็นครั้งแรกที่คุณมาหาผมและขอให้ผมช่วย ผมจดจำครั้งสุดท้ายไม่ได้ ที่คุณเคยเชิญผมไปดื่มกาแฟที่บ้านของคุณ ถึงแม้ ภรรยา ผมจะเป็น แม่ทูนหัว ของลูกคุณ ถ้าพูดกันตามตรงคุณไม่ค่อยอยากเป็นมิตรกับผม และคุณกลัวว่าจะเป็นหนี้ผม " ดอนลุกขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าเฉยเมย
" ผมแค่ไม่อยากเดือดร้อนเท่านั้น " โบนาเซราละล่ำละลัก
" ผมเข้าใจ คุณพบ สวรรค์ ในอเมริกา คุณมีกิจการค้าดี มีชีวิตสุขสบาย มีตำรวจคุ้มครอง มีศาลเป็นที่พึ่ง คุณไม่จำเป็นต้องคบผม แต่ตอนนี้คุณมาหาผมและพูดว่า ดอน ให้ ความยุติธรรม กับผมทีเถอะ คุณไม่ได้ขออย่างเคารพนบนอบ ไม่ได้ขออย่างมิตร คุณไม่แม้แต่จะเรียกผมว่า ก๊อดฟาเธอร์ ยิ่งกว่านั้นคุณถ่อสังขารมาหาผมในวันแต่งงานลูกสาวผม และ ขอให้ผมฆ่าคนอีกเพื่อเงิน "
" ผมเพียงร้องขอความยุติธรรม "
" ความชอบธรรมอะไร? ลูกสาวคุณยังไม่ ตาย นี่ " ดอนพูดห้วนๆ
" งั้นขอให้พวกมันทุกข์ทรมานอย่างที่ลูกผมทนทุกข์ทรมาน ผมจะต้องจ่ายคุณเท่าไหร่? "
" โบนาเซรา ผมเคยทำอะไรคุณ คุณถึงขาดความเคารพผม ถ้าคุณมาหาผมด้วยความเป็นมิตร ไอ้กุ๊ยที่ย่ำยีลูกสาวคุณจะต้องเจ็บปวดในวันนี้แน่ คนที่เป็นศัตรูกับคนที่ซื่อสัตย์อย่างคุณย่อมเป็นศัตรูของผมด้วย และมันจะกลัวคุณ "
" เป็นเพื่อนผมนะครับ (ก้มศีรษะ) ก๊อดฟาเธอร์ " โบนาเซรายกหลังมือดอนขึ้นจูบ
" ดี (เอามือโอบไหล่) สักวันหนึ่งซึ่งวันนั้นจะมาถึง ผมจะขอให้คุณช่วยผมบ้าง แต่สำหรับตอนนี้จงรับความยุติธรรมนี้ไว้เป็น ของขวัญ วันแต่งงานลูกสาวผม "
" ขอบคุณ ก๊อดฟาเธอร์ " โบนาเซราเสร็จธุระเดินออกไป ซันนี่ปิดประตู
ดอนเรียกเฮเจน " ส่งเรื่องให้ เคลเมนซ่า นะ ผมต้องการใช้คนที่เชื่อถือได้ คนที่ไม่ทำอะไรเลยเถิด เราไม่ใช่ฆาตกรถึงเจ้า สัปเหร่อ (โบนาเซรา)จะว่าเราเป็นก็เถอะ "
ลูกชาย 3 คนของ ดอน วีโต คอร์เลโอเน่ คนโตชื่อ ซานตีโน่ คอร์เลโอเน่ แต่ใครๆนิยมเรียก ซันนี่ ยกเว้นพ่อตัวเอง ซันนี่สูง 6 ฟุต ผมหยิกดกหนา ใบหน้าหล่อเหลาดุจกามเทพ ริมฝีปากเอิบอิ่มยั่วยวน และคางบุ๋มดูทะเล้นนิดๆ รูปร่างแข็งแกร่งปานวัวกระทิงนั้นไม่เท่าไหร่เพราะอวัยวะเพศขนาดน้องม้าทำเอา กระหรี่ รอบจัดเบ่งขอค่าตัวเพิ่ม 2 เท่า หลังจากเอามือกำ ฆวย มหึมาของเขาแล้วซันนี่เป็นคนกล้าหาญ มุทะลุดุดัน ใจกว้าง..ใจใหญ่พอๆกับ ฮำ ของเขาแต่ไม่มีความถ่อมตนเหมือนพ่อ ในเมื่อโมโหง่ายจึงมักตัดสินใจผิดพลาด เขาช่วยเหลือครอบครัวได้มาก แต่หลายคนสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ดอน จะเลือกเขาเป็นทายาทสืบทอดอำนาจหรือไม่?
คนที่ 2 ชื่อ เฟรเดริโค คอร์เลโอเน่ เรียกสั้นๆว่า เฟรโด้ รูปร่างเตี้ยหนา ใบหน้าซื่อบื้อ แม้ท่าทางจะบึกบึนขยันขันแข็ง จงรักภักดี และพร้อมจะรับใช้พ่อเสมอ อาศัยอยู่กับพ่อแม่จนล่วงวัย 30 ปีแล้วเหมือนลูกแหง่ ไม่เคยขัดแย้งกับพ่อ ไม่ใฝ่ต่ำในสตรีเพศ ดูค่อนข้างเรียบร้อยเกินไป เขาไม่มีพลังห้าวหาญอย่าสำสัตว์ซึ่งจำเป็นต่อภาวะผู้นำ ไม่มีใครคิดว่าเขาจะได้เป็นผู้รับช่วงธุรกิจของครอบครัวต่อจาก พ่อ เลย
คนที่ 3 คือ ไมเคิล คอร์เลโอเน่ รูปหล่ออย่างเรียบๆ ผมดำขลับเหยียดตรง ผิวสีน้ำตาล ดอนกลัวว่าลูกชายคนนี้จะเป็นกะเทยตราบจนอายุเขาเลย 17 ปี เขามีพลังเงียบแฝงเร้นความเฉลียวฉลาดเหมือนพ่อเปี๊ยบ สัญชาตญาณดิบบางอย่างในตัวทำให้ใครๆต่างนับถือเกรงใจ มีแววจะได้เป็นทายาทดำเนินธุรกิจของครอบครัวต่อไปในเวลาที่เหมาะสม
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น ไมเคิลสมัครเป็นทหารหน่วยนาวิกโยธิน เขาขัดคำสั่งพ่ออย่างแรง ดอนไม่อยากเห็นลูกชายถูกฆ่าตายในสมรภูมิเพื่อรับใช้ชาติมหาอำนาจใหม่ ไมเคิลอายุ 21 ปี บรรลุนิติภาวะยากที่ใครจะขัดขืนการตั้งใจของเขา เขาได้เป็นทหารสมใจประจำภาคพื้นมหาสมุทรแปซิฟิค ได้ยศร้อยเอกพร้อมเหรียญกล้าหาญ ปลดประจำการเมื่อต้นปี คศ.1945 เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ หารู้ไม่ว่าพ่อเขาจัดการเรื่องนี้อยู่เบื้องหลัง
ไมเคิลอยู่บ้าน 2 สัปดาห์แล้วก็ไปเข้าเรียนวิทยาลัยดาร์ทวิชโดยไม่ปรึกษาหารือใคร วันนี้เขากลับมาร่วมงานแต่งงานน้องสาว และ อวดโฉมเจ้าสาวอเมริกันจ๋าในอนาคตให้ทุกคนประจักษ์
แขกร่วมร้อยคนอยู่ในสวนใหญ่ บางคนเต้นรำอยู่บนพื้นยกระดับรายรอบด้วยดอกไม้ประดับประดา บางคนนั่งที่โตะยาวซึ่งมีอาหารและเหยือกเหล้าไวน์กองอยู่เต็ม คู่บ่าวสาวนั่งโดดเด่นประจำโต๊ะยกขึ้นสูงเป็นพิเศษ เพื่อนเจ้าสาว เด็กถือช่อดอกไม้ และ เด็กเดินนำ พิธีรีตรองจัดแบบอิตาเลี่ยนโบราณตามใจดอน
ครอบครัวเจ้าภาพตั้งแถวเตรียมถ่ายรูปหมู่ จู่ๆดอนก็พูดโพล่ง " แล้วไมเคิลล่ะ "
" อยู่ตรงโน้นไม่ต้องห่วง " ซันนี่
" ถ้าขาดไมเคิลก็ยังไม่ถ่ายรูป รอก่อนยังไม่ถ่ายตอนนี้ " ดอนบอก
" มีอะไรเหรอ ซันนี่ " เฮเจนถาม
" รอไมเคิล " ซันนี่เซ็ง
เปาลี กาตโต,ชายหนุ่มท่าทางเจ้าชู้ไก่แจ้ หัวเหมือนพังพอน สอดส่ายสายตาจับอยู่ที่กระเป๋าผ้าไหมใส่ซองบรรจุเงินสดของคอนนี่(เจ้าสาว) ส่วน ปีเตอร์ เคลเมนซา,ลูกพี่ร่างอ้วนฉุกำลังสนุกกับการเต้นรำเหวี่ยงสาวๆไปรอบเวที พวกหนุ่มๆหลีกทางไปยืนปรบมือตามจังหวะเพลงบรรเลงจากแมนโดลิน เคลเมนซาทรุดตัวลงบนเก้าอี้หยุดพักเหนื่อย เขาหายใจแรงเหมือนปลาวาฬ" เฮ้ พอลลี่ เอาไวน์ให้ฉันดื่มหน่อยสิ พอลลี่ เอาไวน์อีกหน่อย "
" คุณเต้นรำเก่งจังเลยนะครับ "
" แกเป็นกรรมการตัดสินรึไง ไม่ต้องสะเออะมาทำเป็นรู้ดี เดินดูรอบๆบ้านนั่นแหละหน้าที่แก " เคลเมนซาดื่มไวน์อึกใหญ่
" สอง สามหมื่น เงินสดทั้งนั้นใส่ไว้ในกระเป๋าสะพาย นี่ถ้าเป็นงานแต่งงานคนอื่นล่ะก็คงไม่ได้ขนาดนี้หรอก " เปาลี กาตโต ตาลุกวาว
" เฮ้ พอลลี่ เอานี่ของแก เอานี่อีก "
" เจ้าบ้าเอ๊ย " พอลลี่รับของที่โยนมาแทบไม่ทัน
ลูซี่ มานซีนี่,เพื่อนเจ้าสาวเล่นหูเล่นตากับซันนี่,เพื่อนเจ้าบ่าวระหว่างซ้อมพิธีแต่งงาน เธอให้ท่าซันนี่ด้วยการพูดกระเซ้าเย้าแหย่อย่างแนบเนียน ประสบการณ์ทางเพศ 2 ครั้งในวิทยาลัยไม่ค่อยประทับใจนัก เพื่อนชายตำหนิเธอว่า หม้อ ใหญ่เกินไปจนเธอไม่กล้าออก เดท กับใครอีกเลย
แววตาซันนี่หื่นกระหายเมื่อเจอคู่ขารายใหม่ เขาเฉไฉพูดกับภรรยา " แซนดร้าดูแลเด็กอย่าให้วิ่งวุ่นวายนะ "
" คุณน่ะเลิกเงี่ยนง่านหรือยัง " แซนดร้ารู้ทัน
ชาย 2 คนใส่สูทเข้มนั่งรถเก๋งเชพโรเลตสีดำมาหยุดที่ปากทาง คนหนึ่งดึงสมุดพกออกมาจดหมายเลขทะเบียนรถยนต์ต่างๆที่จอดอยู่รอบๆทางเดิน อีกคนถือวิสาสะถ่ายรูปแขกคนสำคัญจึงถูกสมุนของเขาแกะม้วนฟิลม์ออกทันที ดอนแนะนำเพื่อนสนิทมาร่วมงานโดยไม่ใช้รถของตัวเอง ซันนี่โกรธจัดเมื่อเห็นเหตุการณ์รีบเดินไปต่อว่า
" เฮ้ยไปไกลๆตีนเลยนะ นี่เป็นงานปาร์ตี้ส่วนตัว ไป ไป๊ ! "
" นี่มันอะไรกัน "
" นี่คืองานแต่งงานน้องสาวข้า "
ชายคนที่กลับเข้าไปนั่งรอเพื่อนในรถยื่นบัตรแสดงตัวเป็นตำรวจเอฟ.บี.ไอ. ซันนี่ถุยน้ำลาย,หมุนตัวเดินไปกระชากกล้องถ่ายรูปจากตำรวจคู่หูขว้างลงพื้น หวุดหวิดจะชกต่อยเจ้าหน้าที่แต่ลูกน้องห้ามไว้ทัน เขาควักแบงก์จากกระเป๋าโปรยเล่นชำระค่าเสียหาย แขกไม่ได้รับเชิญรีบเผ่นออกจากงาน
พอลลี่เปรย " ตำรวจพวกนี้ไม่ค่อยเกรงอกเกรงใจใครเลย .. "
โธมัส เฮเจน ,อายุ 35 ปี รูปร่างผอมสูง ไว้ผมเกรียน เป็นทนายอยู่ 3 ปี ภายหลังสอบได้เนติบัณฑิต ไม่เคยว่าความหรือใช้ตัวบทกฎหมายที่ร่ำเรียนมาเพราะมีพันธะกับธุรกิจของตระกูลคอร์เลโอเน่ เขาเป็นเพื่อนเล่นซันนี่ตอนอายุ 11 ขวบเท่ากัน แม่เฮเจนตาบอดและพ่อเป็นช่างไม้ขี้เหล้า ทั้งคู่ตายจากเฮเจนไปในเวลาไม่ห่างกันนัก เฮเจนหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเร่ร่อนไปตามถนนหนทาง ค่ำไหนนอนนั่น ซันนี่พาเขาเข้าไปอยู่ในบ้านและบอกพ่อรับเลี้ยงไว้ ดอนจัดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาตาอักเสบให้เฮเจน ส่งเสียให้เล่าเรียนจนจบโรงเรียนกฎหมาย ดอนวางตัวเป็นผู้ปกครองที่ดีไม่ได้แสดงความรักใคร่เหมือนลูกแต่เอาใจเฮเจนมากกว่าลูกแท้ๆเฮเจนเดินลงจากห้องไปยังบริเวณสวนทักทายผู้ที่อยากพบดอนซึ่งยืนรายรอบถังเบียร์ก่อนแวะบอกภรรยา " ฉันต้องกลับไปทำงานก่อน "
" ทอม .. "
" พิธีสมรสของชาวซิซิลีเราจะปฏิเสธอะไรในงานมงคลนี้ไม่ได้ "
นาโซรีเน่,เจ้าของร้านเบเกอรี่เคยเป็นเพื่อนเล่นดอนในวัยเด็กและเติบโตมาด้วยกันที่อิตาลี เขามักจะส่งขนมเค้ก พายใส่เนย และวีทเจิร์มสดๆร้อนๆจากเตาอบมายังบ้านดอนในวันสำคัญ เช่น อีสเตอร์ คริสต์มาส หรือวันเกิดของคนในครอบครัวต่อเนื่องหลายสิบปี เขาไม่เคยขอความช่วยเหลืออะไรเป็นการตอบแทนนอกจากคูปองพิเศษซื้อน้ำตาลในตลาดมืดช่วงสงครามเท่านั้น
คนทำขนมปังเล่าว่า แคเธอรีน,บุตรสาวรักเอนโซ,เด็กหนุ่มจากซิซิลีที่ถูกทหารอเมริกันจับเป็นเชลยศึก(ฝ่ายอักษะ เยอรมัน-อิตาลี-ญี่ปุ่น)แล้วส่งไปทำงานที่อเมริกา พอสงครามยุติเอนโซต้องถูกส่งตัวกลับอิตาลี และลูกสาวของเขาจะต้องตรอมใจตาย
" ในที่สุดเขาก็ได้รับภาคทัณฑ์เพื่อช่วยภารกิจสงครามอเมริกา เขาได้งานทำที่ร้านผม 6 เดือนมาแล้ว "
" นาโซรีเน่สหายรักมีอะไรให้ผมช่วยรึ " ดอนรู้ว่ามันยากเย็นแสนเข็ญปานใดในการขอร้องเพื่อนมนุษย์ด้วยกันสักครั้ง
" ตอนนี้สงครามมันสงบแล้ว เอนโซจะต้องถูกส่งกลับไปอยู่อิตาลี ก๊อดฟาเธอร์ผมมีลูกสาวนะ เธอรักเจ้าหมอนั่น "
" คุณอยากให้เอนโซอยู่ในประเทศนี้ และอยากให้เขาแต่งงานกับลูกสาวคุณ "
" ท่านเข้าใจทุกสิ่งดีเยี่ยม " นาโซรีเน่บีบมือดอนแน่น
" ไม่เป็นไร " ดอนตบบ่าเพื่อนสนิทแสดงท่าทีว่าไม่เกินความสามารถของก๊อดฟาเธอร์ผู้นี้
" คุณเฮเจน ขอบคุณนะ .. ท่านคงเห็นเค้กแต่งงานที่ผมนำมาช่วย สูงเท่านี้เลย มีเจ้าสาวเจ้าบ่าวและเทพธิดาด้วย .. " นาโซรีเน่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง เขาเดินลงไปในสวนตัวเบาหวิว
" จะมอบหมายงานนี้ให้ใครทำ " เฮเจน
" ต้องไม่ใช่พวกเรา ส่งเรื่องไปทางสส.ยิวซึ่งอยู่เขตอื่น ผมยังต้องพบใครอีก " ดอนจ้องมองผ่านมู่ลี่หน้าต่างดูไมเคิลเต้นรำกับแฟนสาว
" ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อ ลูก้า บราซี อยากเข้าพบ "
" แล้วมันจำเป็นรึเปล่า "
" เขาไม่คิดว่าจะได้รับเชิญมาน่ะครับ เขาจึงอยากแสดงความขอบคุณ "
" ก็ได้ "
ไมเคิล คอร์เลโอเน่ นั่งเคียงข้าง เคย์ อดัมส์ ,แฟนสาวชาวอเมริกันอยู่ที่โต๊ะมุมไกลสุดของสวนแยกตัวจากพ่อและครอบครัว ไมเคิลพาเคย์มางานนี้เพื่อค่อยๆซึมซาบความจริงต่างๆเกี่ยวกับพ่อเขาจะได้ไม่ตกใจเมื่อรู้เบื้องหลัง" ไมเคิลคะผู้ชายคนนั้นเขานั่งพูดอยู่คนเดียว ท่าทางเค้าน่ากลัวน่ะ "
" น่ากลัวมากเหรอ "
" เค้าเป็นใคร ชื่ออะไร? "
" เขาชื่อ ลูก้า บราซี เขาเคยช่วยคุณพ่อผมเป็นครั้งคราว "
" ตายล่ะ เค้ากำลังเดินมาหาเรา " เคย์เอี้ยวตัวหลบ
ทอมเดินผ่านลูก้ามาโอบกอดไมเคิล " ไมค์ ไง แหมดูดีเชียว (ตาจ้องเครื่องแบบนายทหาร) โอ๋ ดูเท่มาก "
" ทอม เฮเจน พี่ชายผม นี่ เคย์ อดัมส์ "
" สวัสดีค่ะ "
" สวัสดีครับ (กระซิบบอกไมเคิลก่อนเดินกลับเข้าบ้าน .. พ่อกำลังถามหาคุณอยู่แน่ะ) ยินดีที่รู้จัก "
" เช่นกันค่ะ "
" เค้าเป็นพี่ชายคุณทำไมคนละนามสกุล "
" อ๋อ ตอนซันนี่,พี่ชายผมยังเล็กบังเอิญเจอทอมที่ข้างถนน เขาไม่มีบ้านอยู่พ่อก็เลยรับเค้าเอาไว้ และเขาก็อยู่กับเรามาตั้งแต่นั้น เป็น ทนาย ที่เก่ง ไม่ใช่ซิซิเลี่ยน อีกหน่อยเขาคงได้เป็น คอนซีลโยรี "
" อะไรเหรอ "
" เหมือนที่ปรึกษาทั่วไป ตำแหน่งนี้สำคัญต่องานตระกูลเรามาก คุณชอบซอบลาญ่าหรือเปล่า "
ลูก้า บราซี ,ชายร่างยักษ์ หัวกะโหลกใหญ่โตเบ้อเร่อบ้าร่า ใบหน้ามีแต่ความโกรธเกรี้ยว เม้มริมฝีปากขบกรามแน่น ดวงตาสีน้ำตาลไร้แววแห่งความเมตตาปรานี กระทั่งพวกปีศาจในนรกยังหวาดผวา เขาคือเสาหลักค้ำจุนโครงสร้างทางอำนาจของดอน เขาเทิดทูนดอนดุจเจ้าชีวิต(พระราชา) ดังนั้นเงิน อภินันทนาการ จากเขาจึงมากกว่าแขกทุกคน เขาต้องมอบซองของขวัญนี้กับมือดอนด้วยตัวเอง
" ดอน คอร์เลโอเน่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาในงานสมรสของลูกสาวท่าน ผมหวังว่าลูกคนแรกของทั้งคู่จะเป็นผู้ชาย ผมขอรับรองว่าจะจงรักภักดีต่อท่านตลอดไป นี่คือของขวัญเล็กๆน้อยๆของผม " ลูก้า บราซี พูดตะกุกตะกัก(อุตส่าห์ซ้อมพูดหลายรอบ)
" ขอบใจนะเพื่อนที่ดีของฉัน "
" ดอน คอร์เลโอเน่ ผมขอลาล่ะเพราะผมคิดว่าท่านคงมีธุระอีกมาก "
" ขอบใจ "
เว็บเพจนี้ .. ยังมีต่อโปรดติดตาม
สหรัฐเตือนพลเมืองอเมริกันงดเที่ยวสามจังหวัดใต้
ทองคำพุ่งกระฉูดทำนิวไฮ!
ผู้ว่าฯปัตตานีตั้งคณะทำงานประเมินความเสียหายโรงแรมซี.เอส.และบ้านเรือนที่ถูกระเบิด
edit @ 3 May 2008 21:35:33 by pinocchio
edit @ 7 May 2008 10:39:01 by pinocchio
