2006/Apr/07

The Chronicles of Narnia : The Lion The Witch and The Wardrobe,Thai-subtitled,movie script,C.S. Lewis,Andrew Adamson

เหนือน่านฟ้ามหานครลอนดอน ฝูงบินทิ้งระเบิดของนาซีเยอรมันครางกระหึ่มยามค่ำคืนปืนต่อสู้อากาศยานและสปอตไลท์ส่องขึ้นส่ายหาศัตรูผู้รุกราน
" เอ๊ดมันด์ ออกมาห่างๆลูก " นางเพเวนซี่ผลักลูกชายคนรองจากหน้าต่างแล้วปิดม่าน " เอ๊ดมันด์ ลูกคิดว่าลูกทำอะไรน่ะ ปีเต้อร์ไปที่หลุมหลบภัยเดี๋ยวนี้ "
" เร็วสิ เราลงไปแล้ว " ปีเตอร์กระชากแขนเอ๊ดมันด์,น้องชาย
" แม่ขา " ลูกสาวคนสุดท้องร้องไห้จ้าบนเตียงนอน
" ลูซี่ เร็วเข้า " ซูซาน,ดึงมือน้องสาว
" มาเร็วๆ วิ่ง เร็วๆ " ทุกคนวิ่งออกจากบ้านตรงไปยังสนามหญ้าข้างนอก
" แม่ " ลูซี่ตื่นตระหนก
" เดี๋ยว พ่อล่ะ " เอ๊ดมันด์ชะงักกลางทาง
" ผมจะไปตามน้อง " ปีเต้อร์วิ่งตามเอ๊ดมันด์เข้าไปในบ้านอีกคน
" ปีเต้อร์ กลับมาก่อน " แม่ตะโกน ไซเรนประสานเสียงดังขึ้นยาวนานก่อนเครื่องบินทิ้งระเบิด
" เอ๊ด มานี่..! หมอบลง " ปีเต้อร์ผลักน้องชายคว่ำลงพื้นขณะระเบิดตูมนอกหน้าต่างบ้าน " เจ้าโง่วิ่งสิ ออกไปเร็ว "
เอ็ดมันด์คว้ากรอบรูปถ่ายบิดาติดมือ
" เร็วเข้าสิ เร็วๆ " แม่เปิดฝาทางลงบังเกอร์ใต้ดิน

" นายไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลยนอกจากตัวเอง " เอ๊ดมันด์บ่น หลังจากกระโจนหมอบกับพื้น
" นายจะทำให้เราตายกันหมด " ปีเต้อร์เถียง
" พอเถอะน่า ..ไม่เป็นไรลูก " นางจ้องมองเอ๊ดมันด์ครวญเจ็บแผลที่โคนขา กระจกกรอบรูปพ่อแตกผ่ากลาง
" นายไม่เคยทำตามคำสั่งเลย " ปีเต้อร์ว่าแล้วปิดประตูโครม

สถานีรถไฟลอนดอน ผู้คนแน่นขนัดเตรียมอพยพลี้ภัยสงครามทางอากาศ
" ลูกต้องติดป้ายชื่อเอาไว้นะจ๊ะ อบอุ่นดีแล้วนะ? ดีจ้ะ " แม่
" ถ้าพ่ออยู่ พ่อไม่ส่งเราไปที่อื่นหรอก " เอ๊ดมันด์
" ถ้าพ่ออยู่ก็แสดงว่าสงครามสงบ เราก็ไม่ต้องไปไหน " ปีเต้อร์
" ลูกต้องเชื่อฟังพี่ปีเต้อร์นะ เอ๊ดมันด์ " นางโผกอดปีเตอร์,ลูกชายคนโตขณะเอ๊ดมันด์หน้ามุ่ย " สัญญากับแม่ว่าจะดูแลน้องๆ "
" ได้ครับแม่ "
" เด็กดี " หันไปทางลูกสาวคนโต ตบหลังเบาๆ " ซูซาน เป็นเด็กดีนะ เอาล่ะไปกันได้แล้ว "
" ขึ้นรถครับ ทุกท่านขึ้นรถไฟได้แล้ว " นายสถานีรถไฟบอก
" ปล่อยฉันสิ ฉันขึ้นรถไฟเองเป็นน่ะ ปล่อนฉันนะ " เอ๊ดมันด์ขุ่นเคืองใจพี่ชายที่มักเห็นเขาเป็นเด็กจอมยุ่งและอ่อนแอ
ปีเต้อร์ชายตามองเห็นทหารหนุ่มเดินตบแถวตรงชานชาลา
" ตั๋วโดยสารด้วยค่ะ ขอตั๋วด้วยค่ะ ขึ้นรถได้ "
" ขอบคุณ " ซูซาน
" มาเถอะ ลูซี่ เราพี่น้องต้องอยู่ด้วยกัน แล้วทุกอย่างจะดีเองนะ " ปีเต้อร์ดึงแขนน้องสาวตอนชะเง้อคอมองหาแม่
" ลาก่อนลูก " มารดาโบกมือให้ รถไฟค่อยๆเคลื่อนขบวน
" ลาก่อน เราจะคิดถึงแม่ หนูรักแม่ แล้วเจอกันค่ะ "
" เขียนถึงเราด้วยนะ " ปีเต้อร์

สถานีรถไฟกูสเซ่ รกร้างปราศจากหลังคา เมื่อ 4 พี่น้องมาถึงแถบชนบทของมหานคร ตรงป้ายถนนดูมบี ฮัลท์ พอเด็กๆเห็นรถยนต์ขับผ่านต่างถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าวิ่งลงมา แต่มันกลับขับเลยไป
" ศจ.รู้นี่ว่าเราจะมา เราแขวนป้ายชื่อผิดรึเปล่า " เอ๊ดมันด์งง
สักพักมีรถม้าวิ่งเหยาะแหยะมาใกล้ หญิงชราลงแส้ม้าเทียมรถลาก(เกวียน)ตะเบ็งเสียง" เอ้า เร็วเข้า เอาล่ะ หยุด .. หยุด "
" คุณนายแม็คเครดี้ " ปีเต้อร์
" เกรงว่าจะใช่ มีกันแค่นี้เหรอ เอาอะไรมาอีกรึเปล่า "
" เปล่าครับ " ปีเต้อร์หลุบตาลงต่ำ
" เรามากันแค่นี้ " ลูซี่พยักหน้าหงึกๆ
" มาน้อยก็ดี ไปเร็ว ดีมาก ไปเร็วๆ เร็วหน่อยสิ " คุณนายแม็คเครดี้รับเด็กๆนั่งบนแคร่ก่อนเฆี่ยนม้าลากไปสู่จุดหมาย
ปราสาทของศาสตราจารย์ชราภาพที่พักพิงของเด็กๆอยู่ในชนบทห่างจากสถานีรถไฟร้างราว 10 ไมล์
" ศจ.เคิร์กไม่คุ้นเคยกับการมีเด็กๆอยู่ในบ้าน บ้านนี้มีกฎระเบียบที่เธอต้องปฏิบัติตาม ห้ามตะโกนเสียงดัง ห้ามวิ่งโครมคราม ห้ามใช้ลิฟท์ส่งอาหารพร่ำเพรื่อ ห้ามจับปฏิมากรรมทางประวัติศาสตร์นะ " หญิงชราตวาด ซูซานรีบหดมือ " และที่สำคัญที่สุด ห้ามใครรบกวนท่านศาสตราจารย์ "

เครื่องบินรบเยอรมันจู่โจมอังกฤษระลอกใหญ่เมื่อคืนนี้ กระหน่ำบุกเป็นเวลาหลายชั่วโมง .. ข่าววิทยุรายงานสถานการณ์
" ผ้าปูที่นอนคันจัง " ลูซี่เกาแขน
" สงครามสงบแน่ ลูซี่ ไม่นานเราจะได้กลับบ้าน " ซูซานเปรย
" ใช่ ถ้ายังมีบ้านอยู่นะ " เอ๊ดมันด์ป่วน
" เธอต้องเข้านอนแล้วไม่ใช่เหรอ " ซูซานแหวใส่
" ครับคุณแม่ " เอ๊ดมันด์จ๋อย
" เอ๊ด น้องเห็นข้างนอกแล้วนี่ ที่นี่กว้างจะตายเราจะทำอะไรก็ได้ พรุ่งนี้ต้องสนุกแน่ๆ จริงๆนะ " ปีเตอร์บอก

วันต่อมาฝนตกจั่กๆ
" แก๊สโตรวาสคูลาร์ ตอบสิ ปีเต้อร์ แก๊สโตรวาสคูลาร์ " ซูซานถาม
" ภาษาละตินเหรอ "
" ใช่ "
" เกมทายภาษาละตินน่าเบื่อที่สุดในโลก " เอ๊ดมันด์
" เล่นซ่อนหากันมั้ยล่ะ " ลูซี่เสนอ
" ตอนนี้เราก็สนุกกันจะตายชัก " ปีเตอร์รู้สึกเนือยๆ
" เถอะนะพี่ปีเตอร์ เล่นนะ นะๆ " ลูซี่คะยั้นคะยอ
" 1 .. 2 .. 3 .. 4 .. " ปีเตอร์ลุกขึ้นยืนใช้มือก่ายหน้าผากหันหน้าพิงผนังหลับตาเริ่มนับ " .. 24 .. 25 .. 26 .. "
ซูซานแอบนอนในหีบใบใหญ่ เอ๊ดมันด์กับลูซี่วิ่งขึ้นไปชั้นบน
" ฉันจองตรงนี้ก่อนนะ " เอ๊ดมันด์แย่งอย่หลังม่าน

ลูซี่เปิดเข้าไปในห้องกว้างมีตู้ใบใหญ่ถูกคลุมด้วยผืนผ้าขาวตั้งอยู่เดี่ยวๆ พอดึงผ้าออกจะเห็นว่ามันทำด้วยไม้สักแกะลวดลายวิจิตรบรรจง ลูกเหม็น 2-3 ลูกกลิ้งตกลงมาตอนเปิด ลูซี่ซ่อนอยู่ข้างในโดยแง้มบานประตูไว้ กระเถิบตัวถอยแหวกเสื้อขนสัตว์พอจะพิงฝาหลังก็ปะทะกิ่งไม้จับเกล็ดน้ำแข็ง หิมะตกโปรยปรายกลายเป็นอีกโลกหนึ่ง ไม่ว่าจะมองไปแห่งหนใดมีแต่สีขาวโพลนห่มถนนหนทาง ป่าไม้ ภูเขา ยกเว้นเสาไฟตะเกียง
ลูซี่ได้ยินเสียงสวบสาบคล้ายกับใครเดินอยู่ไม่ห่าง พอหันหน้าไปเจอกันต่างก็ตกใจ หนูน้อยหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลส่งคืนเจ้าของ " เมื่อกี้คุณแอบหนูเหรอคะ "
สัตว์ประหลาดค่อยๆเผยตัวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ เท้าเขาเป็นกีบคล้ายแพะ ช่วงบนเป็นมนุษย์มีหูแหลม เขางอกตรงศีรษะ " เปล่าๆ คือข้า (ย่องเก็บของบางสิ่งที่ตกอยู่พื้นหิมะ) ข้าแค่ .. ไม่อยากให้เจ้าตกใจ "
" ถ้าหนูถามคุณจะว่าอะไรมั้ยคะ คุณเป็น ตัว อะไร? "
" คือข้าเป็น ฟอน เจ้าล่ะ? เป็นคนแคระที่ไม่มีเครารึ "
" หนูไม่ใช่คนแคระนะ หนูเป็นเด็กผู้หญิง หนูเนี่ยสูงที่สุดในห้องแล้ว "
" เจ้าจะบอกว่าเจ้าเป็นธิดาแห่งอีฟ? "

" แม่หนูชื่อ เฮเลน "
" ใช่ แต่จริงๆแล้วเจ้าเป็นมนุษย์ "
" ใช่หนูเป็นมนุษย์ "
" เจ้ามาทำอะไรที่นี่ "
" หนูเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่ห้องว่าง "
" ห้องว่าง อยู่ใน นาร์เนีย เหรอ? "
" นาร์เนียคืออะไรคะ "
" ก็ที่ๆเจ้าอยู่นี่ไงล่ะ ทุกอย่างตั้งแต่เสาไฟถึงปราสาทแห่ง แคร์ พาราเวล ฝั่งทะเลตะวันออก ไม้และหินทุกก้อนที่เจ้าเห็น เกล็ดน้ำแข็งทุกเกล็ดคือ นาร์เนีย "
" ตู้เสื้อผ้าใบนี้มโหฬารจริงๆ "
" ตู้เสื้อผ้าเหรอขอโทษนะ ข้าขอแนะนำตัวเองข้าชื่อ ทัมนัส "
" ยินดีที่รู้จักคุณค่ะ คุณทัมนัส หนูชื่อ ลูซี่ เพเวนซี่ .. เขย่ามือกันสิ "
" เขย่าทำไม? "
" หนูก็ไม่รู้หรอก มนุษย์จะเขย่ามือเวลาเจอกันค่ะ "
" ถ้างั้น ลูซี่ เพเวนซี่ ผู้มาจากนครตู้เสื้อผ้าที่ส่องสว่างในดินแดนแห่งห้องว่างสุดมหัศจรรย์ เอางี้ดีมั้ย เจ้าไปกินน้ำชากับข้ามั้ยล่ะ " ฟอนกางร่มออก
" ขอบคุณมากที่ชวน แต่หนู หนูน่าจะกลับไปซะที "
" บ้านข้าอยู่ตรงนี้เอง มีเตาผิงไฟลุกโชติช่วง มีขนมปังปิ้ง น้ำชากับขนมเค้ก แล้วบางทีเราอาจจะกินปลาซาร์ดีนด้วยนะ "
" ไม่รู้ซีคะ "
" ไปเถอะ ใช่ว่าข้าจะเจอเพื่อนใหม่ทุกวันนะ "
" งั้นหนูไปสักเดี๋ยวคงไม่เป็นไรมั้ง ถ้าคุณมีปลาซาร์ดีนนะ "
" มีให้กินเพียบเลยละ .. ไปอีกไม่ไกลเราก็จะได้นั่งที่อุ่นๆแล้ว เจ้าไม่เป็นไรนะ .. ถึงแล้วล่ะ เข้ามาสิ เชิญก่อนเลย "
" ให้หนูช่วยถือมั้ยคะ "
" ขอบคุณมาก .. นั่นรูปบิดาข้า "
" เขาดูดีจังเลย หน้าตาเหมือนคุณมากค่ะ "
" เปล่า ข้าไม่เห็นเหมือนเขาเท่าไหร่หรอก " ฟอนทำหน้าละห้อย
" พ่อหนูไปรบในสงคราม "
" พ่อข้าก็ไปรบในสงครามเหมือนกัน แต่มันนานมากแล้วล่ะก่อนฤดูหนาวเย็นแสนน่าเบื่อ "
" ฤดูหนาวก็ไม่แย่นะ เราจะได้เล่นสเก็ตน้ำแข็ง ขว้างหิมะ(ลู่ซี่มองชั้นหนังสือมีชื่อเล่ม ฤามนุษย์เป็นเพียงเรื่องเล่าขาน )แล้วก็คริสต์มาส "
" ไม่มีหรอก ที่นี่ไม่มีคริสต์มาสมานานเป็นร้อยปีแล้ว "
" อดได้ของขวัญมาตั้ง 100 ปีแล้วเหรอ "

ทัมนัสจำต้องทำตามบัญชาของราชินีขาวในการจับมนุษย์ไปบูชายัญ " ฤดูหนาวยาวนานไม่มีคริสต์มาส ที่นี่เป็นฤดูหนาวเสมอแต่เจ้าจะรักฤดูร้อนในนาร์เนียนะ เราพวกฟอนจะเต้นรำกับนางไม้ตลอดคืน เต้นกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ( รินน้ำนมใส่แก้วเพิ่มให้ลูซี่ ) เสียงดนตรีช่างแสนไพเราะ เจ้าอยากฟังมั้ยล่ะ "
" อ๋อ ก็ดีสิคะ "
" เอาล่ะ เจ้าคุ้นกับเพลงกล่อมเด็กนาร์เนียมั้ย "
" ไม่ค่ะ โทษที "
" งั้นดีเลยเพราะเพลงนี้ไม่เหมือนเพลงกล่อมเด็กที่ไหนเลย " ทัมนัสเป่าขลุ่ย
เปลวไฟในเตาผิงเปลี่ยนไปเป็นรูปอัศวินนักรบควบม้าไล่ล่ากวาง แล้วกลายเป็นชาวนาร์เนียเต้นรำรอบกองไฟ ลูซี่ค่อยๆเคลิ้มหลับ เปลวไฟแปรเป็นใบหน้าสิงโตคำรามเทียนในห้องดับมืดสนิท ลูซี่ผวาตื่น
" ต้องกลับซะที " ลูซี่หายงัวเงีย
" เจ้ากลับไม่ได้แล้ว ข้าเป็นฟอนที่เลวมาก "
" ไม่จริงหรอก คุณเป็นฟอนที่ดีที่สุดเลย "
" งั้นข้าว่าเจ้าคงเจอแต่ฟอนที่นิสัยแย่มากๆ " ทัมนัสน้ำตาซึม
" คุณไม่ได้ทำอะไรแย่อย่างนั้น " ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
" มันไม่ใช่เรื่องที่ข้าเคยทำหรอก ลูซี่ เพเวนซี่ มันคือสิ่งที่ข้ากำลังทำอยู่ "
" คุณทำอะไรเหรอ " ถอยห่างจากมิตรใหม่
" ข้าลักพาตัวเจ้า ตามคำสั่ง แม่มดขาว นางสาปให้นาร์เนียเป็นฤดูหนาวตลอดกาล นางสั่งไว้หากเราเจอมนุษย์หลงอยู่ในป่าให้จับตัวไปส่งนาง "
" คุณคงจะไม่ส่งหนูไปใช่มั้ย หนูนึกว่าคุณเป็นเพื่อนหนู "
ทัมนัสดึงมือลูซี่วิ่งออกจากระท่อม " นางรู้แล้วว่าเจ้าอยู่ที่นี่ นางมีสายลับอยู่เต็มป่า แม้แต่ต้นไม้ก็เป็นพวกของนาง จากนี้เจ้าไปเองได้แล้วใช่มั้ย "
" ไปได้ค่ะ คุณไม่เดือดร้อนนะ? "
" ข้าขอโทษ ข้าขอโทษจริงๆ " ใช้ผ้าเช็ดหน้าปาดน้ำตาอีกหนก่อนยื่นส่งคืนลูซี่
" เก็บไว้เถอะ คุณจำเป็นต้องใช้มันมากกว่าหนู "
" ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูซี่ เพเวนซี่ ข้าก็ดีใจที่ได้พบเจ้า เจ้าทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นในรอบร้อยปี รีบไปเถอะ ไปสิ "

" 99 .. 100 เอารึยัง จะโป้งล่ะนะ ! " ปีเต้อร์
" ไม่เป็นไร หนูกลับมาแล้ว หนูไม่เป็นไร " ลูซี่โผล่พรวด
" เงียบซี่ ปีเต้อร์ ตรงมาแล้ว " เอ๊ดมันด์แหวกผ้าม่านบอก ส่ายหัวอารมณ์เสีย
" น้องคงลืมมั้งว่าซ่อนหาต้องเล่นยังไง " ปีเต้อร์
" หนูหายไปพี่ไม่ห่วงเหรอ "
" เธอก็ต้องหายไปสิ เขาจะได้ตามหาเธอไง " เอ๊ดมันด์
" อย่างนี้ฉันก็ชนะสิ " ซูซานแจม
" ฉันว่าลูซี่ไม่อยากเล่นแล้วล่ะ " ปีเต้อร์
" หนูหายไปตั้งหลายชั่วโมง "
ซูซานแหวกเสื้อขนสัตว์ที่แขวนในตู้พิศวงไปเจอผนังไม้ เอ๊ดมันด์ไล่เคาะรอบๆ " ในนั้นมีแต่ฝาตู้ไม่มีป่า "
" เล่นทีละเกมเถอะเราไม่ได้จินตนาการอย่างน้องนะ " ปีเตอร์
" หนูไม่ได้จินตนาการไปเอง "
" เลิกพูดเถอะลูซี่ "
" หนูไม่ได้โกหกนะ ! " ลูซี่ร้องลั่น ใบหน้าเหยเกจะร่ำไห้
" ฉันเชื่อเธอเอ้า " เอ๊ดมันด์
" พี่เชื่อเหรอ "
" เชื่อสิ ฉันยังเจอสนามฟุตบอลในตู้ที่ห้องน้ำเลย "เอ๊ดมันด์ประชด
" โธ่ นายเลิกแกล้งน้องซะทีได้มั้ย นายต้องให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตถึงจะพอใจใช่มั้ย " ปีเต้อร์ดุ
" ก็แค่แซวเล่น ! " เอ๊ดมันด์
" เมื่อไหร่นายจะโตซะที " ปีเต้อร์ย้อน
" เงียบเถอะ ด่าซะยังกับพ่อ นายไม่ใช่พ่อฉันนะ " ว่าแล้วเอ๊ดมันด์เผ่นหนี
" ปกครองน้องได้ดีจริงนะ " ซูซานรีบออกไป
" แต่ .. มันอยู่ในนั้นจริงๆนะ " ลูซี่ยืนกราน
" จริงอย่างซูซานว่าไว้ลูซี่ เลิกพูดเถอะ "

ทัมนัสเปลี่ยนใจลักพาตัวลูซี่แล้วพาสาวน้อยมาส่งที่เสาไฟตะเกียงกลับสู่ตู้พิศวง,โลกมนุษย์

ยังมีต่อโปรดติดตาม ..
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับนาร์เนีย นาร์เนียกับความเชื่อในคริสต์ศาสนา ตัวประกอบคนไทยในหนังนาร์เนีย>>
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขยันจริงๆเลยนะคะ เราๆม่เคยอ่านแบบที่เป็นหนังสือ แต่ตอนไปดูหนังก็คิดว่าเรื่องนี้น่ารักดีนะค่ะ ดูหนังแนวจินตนาการแบบนี้ไม่เครียดดี
#1  by  Mind At 2006-07-18 11:59, 
#3  by  ธนากร (58.147.54.79) At 2009-05-29 19:27, 
#5  by   (118.173.188.28) At 2009-06-15 19:37, 

<< Home


พิเชษฐ์ ชาญธีระประวัติ
View full profile