
4.
เสียงปืนดังลั่นมาจากภายในคฤหาสน์ปลุกประสาทให้ กอลเย่ต์ ตัดสินใจสั่งนักสืบของเขาพังประตูเหล็ก ขืนมัวรอ ฟาช เขาคงหมดโอกาสสร้างชื่อ และผลงาน รถฉลามบกเปิดไฟกระพริบสีฟ้าและเสียงไซเรนขับนำขบวนเข้าไปตามถนนยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตร ตำรวจกระจายกำลังตรวจค้นห้องหับชั้นล่าง พวกเขาพบรูกระสุนปืน มีร่องรอยต่อสู้ และหยดเลือดในห้องรับแขก กอลเย่ต์ได้ยินเสียงพูดสะท้อนจากชั้นบน
"โรเบิร์ต เราจะไปไหนกัน " โซฟี
" ตามมาทางนี้ " แลงดอน
" ตำรวจ ในนี้ เข้ามา มาทางนี้ (เปิดประตูเร็วเข้า มาทางนี้ โซฟี < - - แลงดอน) " กอลเย่ต์เห็นประตูห้องนอนเปิดอ้ากว้าง เสียงพูดที่ได้ยินกลบแทนด้วยเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ ครั้นเจออินเตอร์คอมข้างผนังก็รู้ว่า " เสียงจริงๆมาจากโรงรถ บ้าชะมัดเลย "
สนามหลังบ้านเป็นโรงนา นอกจากใช้เก็บเครื่องตัดหญ้า ,อุปกรณ์ทำสวน และเครื่องมือซ่อมรถ พื้นที่ส่วนหนึ่งของคอกม้าดัดแปลงเป็นโรงจอดรถซูเปอร์คาร์ เจ้าของบ้านไม่ปลื้มแรงม้าธรรมชาติ รถที่สะสมอย่าง เฟอร์รารี่ โรลสรอยซ์ แอสตันมาร์ติน และ ปอร์เช่ ที่ว่างเปล่าเคยจอด เรนจ์โรเวอร์ บัดนี้เพิ่งตะลุยฝ่าป่าทึบออกไป ทิ้งคราบน้ำมันบนพื้น,ข้างเสาปูนติดอินเตอร์คอมอีกอันให้กอลเย่ต์ดูเป็นขวัญตา
เรมี่บังคับรถขับเคลื่อน 4 ล้อข้ามทุ่งด้านหลังชาโตวีแยตต์โดยไม่เปิดไฟหน้า คลำทางตามแสงจันทร์ข้ามเนินโล่ง-ไต่ลงทางลาด ระยะทางยาวไกลห่างจากคฤหาสน์ออกไปทุกที เห็นแนวป่าข้างหน้าเป็นเงาดำๆหยักๆ
" ช้าๆหน่อย พระเจ้า " แลงดอนกระดอนตัวลอยเหนือเบาะข้างคนขับ มือประคองหลักศิลาอยู่
" สบถได้เหมาะ (ไซลาสดิ้นรนจากการถูกปิดปากมัดแขน เขาถีบเท้าอย่างบ้าคลั่ง) ฉันไม่รู้ว่าแกจะบ่นหาอะไร ฉันมีสิทธิ์จะยิงแกแล้วทิ้งแกให้เน่าอยู่ในป่านี้ " ทีบบิงเอี้ยวหัวไปมองนักบวชที่ถูกมัดและปิดปากนอนอยู่พื้นที่เก็บของหลังรถ
" ลีห์ เก็บปืนก่อน เราอาจต้องพึ่งเขา "
" ศีรษะคุณเป็นไงบ้างคะ โรเบิร์ต " โซฟี
" ดีขึ้นหน่อย " แลงดอน
" โอปุสเดอี คืออะไร? " โซฟี
" นิกายคาทอลิกหัวโบราณ เป็นคณะชั้นสูงของวาติกัน " แลงดอน
" คุณจะบอกว่าสำนักวาติกันฆ่าคนเพื่อกล่องใบนี้ " โซฟี
" ไม่ๆ ไม่ใช่วาติกัน หรือ โอปุสเดอี นี่เราอยู่ท่ามกลางสงคราม สงครามที่จะคงอยู่ไปตลอดกาลนาน ฝ่ายหนึ่งอยู่ข้างไพรเออรี่ อีกฝ่ายอยู่ข้างกลุ่มผู้มีอำนาจมาแต่โบราณ โดยมีสมาชิกซ่อนเร้นในตำแหน่งสูงทั่วศาสนจักร และสภาเงาแห่งนี้แหละที่พยายามทำลายหลักฐานของสายเลือด ตลอดประวัติศาสตร์พวกเขาตามฆ่าทายาทที่มีชีวิตของพระเยซูคริสต์ "
" มันเป็นเรื่องเหลวไหล " โซฟี
" งั้นเหรอ .. หากพวกชาวโลกรู้ว่าศาสนาอันยิ่งใหญ่แท้จริงแล้วเป็นเพียงคำลวงล่ะ " ลีห์
" สำนักวาติกันจะต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาครั้งสำคัญ " แลงดอน
เรมี่แทรก " ผมเพิ่งได้รับข่าวมาครับ ฝนกำลังจะตก "
" ลีห์โทรมือถือ " โรเจอร์ ขอโทษนะ ผมเบื่ออากาศที่ฝรั่งเศสแล้ว คุณช่วยเตรียมเครื่องบินให้พร้อมผมจะไป .. ซูริก ใช่ผมรักซูริก "
รถขับพ้นทางออฟโรดทะลุอุโมงค์จึงเปิดไฟหน้า
" หมายความว่าไงหนีไปได้ " ฟาชดุลูกน้อง
" เพราะผู้กองนั่นแหละ คุณคุมทุกฝีเก้าไม่ปล่อยให้คนอื่นหายใจ คุณทำเหมือนคุณเสียสติ 2 ผู้ต้องหานี่มีอะไรพิเศษเหรอบอกหน่อย .. " กอลเย่ต์
" ตำรวจสากลพบเครื่องบินกำลังที่จะออกจากเลอบูร์เกต์ครับ " นักสืบรายงาน
" อย่ามาแทรกแซงคดีนี้ กอลเย่ต์ " ฟาช
เรนจ์โรเวอร์วิ่งห้อตะบึงมาถึงเลอบูร์เกต์,สนามบินสำหรับผู้บริหาร เรมี่ขับรถไปที่โรงเก็บเครื่องบินเล็ก นักบินผมเผ้ายุ่งเหยิงสวมชุดกากียับๆออกมาโบกมือให้ จากนั้นเครื่องบินฮอว์เคอร์ก็ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
โซฟีดึงเทปปิดปากไซลาสออก ตะคอกถาม " แกฆ่า ฌาคส์ โซนิแยร์ ใช่มั้ยๆ "
" ข้าคือผู้นำสาส์นของพระเจ้า "
" แกฆ่าคุณตาของฉันใช่มั้ย " โซฟีตบหน้าเจ้ายักษ์เผือก น้ำเสียงเกรี้ยวกราด
" ข้าคือผู้นำสาส์น(โดนตบอีกฉาด) รู้ไว้ทุกลมหายใจของเจ้าคือบาป ไม่มีที่ใดให้เจ้าได้หลบภัย เจ้าจะถูกเหล่าเทพยดาตามสังหาร "
" แกเชื่อในพระเจ้าเหรอ พระเจ้าของแกไม่อภัยให้ฆาตกรแน่ พระองค์จะส่งแกลงนรก "
" โซฟี พอเถอะ " แลงดอนเตือน
" ท่านอาจารย์จะต้องพอใจ " บิช็อปมานูเอล อริงกาโรซา เปิดกระเป๋าเจมส์บอนด์นับพันธบัตร
" เมื่อได้เกรลมาแล้วท่านจะทำยังไงครับ " พระคาดินัล
" ทำลายมันทั้งเอกสารและโลงหินของเธอ "
" แล้วตัวพระทายาท ท่านจะสังหารทายาทพระองค์ดังประกาศิตมั้ย "
" ไม่จำเป็น เมื่อโลงหินถูกทำลายการพิสูจน์ดีเอ็นเอย่อมทำไม่ได้ ไม่มีทางพิสูจน์ว่าเป็นสายเลือดของพระองค์ " ปิดกระเป๋าถือไปวางอีกมุมหนึ่ง
" แต่ถ้าท่านจำเป็นท่านจะทำอย่างที่สภาเคยทำมาก่อนมั้ย "
บิช็อปเดินมาชิดใกล้พระคาร์ดินัลกระซิบบอก " พระเยซูเสียสละพระชนม์ชีพเพื่อมวลมนุษย์ชะตากรรมของทายาทจักเป็นเช่นเดียวกัน (มือวาดเครื่องหมายกางเขนกลางหน้าอก) "
ฟาชเพิ่งรู้ว่าทีบบิงมีเครื่องบินไอพ่นส่วนตัวจอดอยู่ที่สนามบินเลอบูร์เกต์ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก แต่เครื่องบินเพิ่งเทคออฟเมื่อครึ่งชั่วโมงนี่เอง เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินอ้างไม่รู้ว่าใครอยู่บนเครื่องหรือไฟลท์นั้นกำลังมุ่งหน้าไปไหน เพราะไม่ปรากฏในตารางการบิน-เป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรง
" ผมต้องการแผนการบิน " ฟาช
" ขอ 10 นาที " จนท.ตอบห้วนๆ
" ผมบอกให้คุณส่งมา " ฟาชเดือด
" นี่เวลาพักของผม (หยิบแฮมเบอร์เกอร์ยัดเข้าปากไม่แยแส) อีก 10 นาทีคุณค่อยมาใหม่ (โดนฟาชสวนหมัดเข้าใบหน้าอย่างจัง) โอ๊ย จมูกฉันหัก "
" เอาแผนการบินมา "
" นี่แกบ้าหรือเปล่า "
ฟาชเตะลำตัวจนท.เคราะห์ร้ายกลิ้งหลุนๆ " ไอ้เวร เลี้ยงไม่เชื่อง สัตว์..! "
ลีห์พยายามเปิดรหัสลิขิต เขาหมุนตัวอักษรห้าแถว " ไม่ใช่ ครอส สเฟียร์ (ขีดฆ่าคำที่หมุนแล้ว) "
" เกิดอะไรขึ้นกับเธอ " โซฟี
" ไม่มีใครรู้ แมรี่ แม็กดาลีน ต้องอยู่อย่างหลบซ่อนตลอดชีวิต กลุ่มผู้คลั่งศาสนาตามล่าล้างเธอ แม้ในยามตายก็ตามทำลายหลักฐานการมีตัวตนของเธอ แต่เธอมีอัศวิน วีรชนผู้สาบานจะพิทักษ์เธอ เพื่อจดจำทุกผู้ที่ถูกปล้นอำนาจ ผู้ที่ถูกข่มเหง ท้ายที่สุดแล้วไพรเออรี่ซ่อนศพของเธอ เดอะ โฮลี่เกรล ได้สูญหายไปตามกาลเวลา " แลงดอนหยิบรหัสลิขิตมาถือในอุ้งมือ
" คุณจะทำอะไร? " ลีห์
" ที่ชาโตคุณพูดว่ามันซ่อนอยู่ภายใต้กุหลาบ " แลงดอนใช้ไขควงปลายแหลมทิ่มรูเล็กๆหลังฝากล่องดันแผ่นโลหะทรงรีหลุดออก
" อย่าๆ ระวังมากๆนะ "
" ภาษาละติน ซับโรซา ความหมายตรงตัวคือ ภายใต้กุหลาบ " พลิกดูเห็นรอยขีดตัวอักษรเรียงอยู่ 4 แถว " เราต้องใช้กระจก "
" เขียนกลับหลังตามเทคนิคของ เลโอนาร์โด "
" ขอบคุณ " แลงดอนรับแว่นขยายมาส่อง
ในลอนดอนร่างอัศวินโป๊ปฝังไว้
ทรงกริ้วในพฤติกรรมทำเกินยิ่ง
หาลูกกลมบนสุสานที่พาดพิง
เลือดเนื้อจริงในมดลูกกุหลาบงาม
"ในลอนดอนร่างอัศวินโป๊ปฝังไว้อย่างงั้นเรอะ " ลีห์
" อัศวินที่พระสันตะปาปาทรงทำพิธีฝังศพให้ " แลงดอน
" แน่นอนอัศวินไพรเออรี่ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว "
" .. เทมพลาร์? " แลงดอนเอ่ย
" ลอนดอนมีสุสานแห่งเดียวที่ฝังร่างอัศวินเทมพลาร์ "
" โบสถ์เทมเพิ่ล "
" โบสถ์เทมเพิ่ล(Temple)ขอตัวสักครู่นะที่รัก โรเจอร์กับผมต้องปรึกษากันเรื่องเปลี่ยนแผนการบิน "
" ลีห์ คุณช่วยเหลือและพาผู้ร้ายหลบหนี คุณเข้ามาติดร่างแหมากพอแล้ว "
" โรเบิร์ต คุณกับผมเป็นผู้เฝ้ามองประวัติศาสตร์ กาลเวลากีดกันให้เราได้เพียงมอง ตอนนี้เราได้อยู่ในประวัติศาสตร์ อยู่ในนั้น ได้สร้างประวัติศาสตร์จนติดร่างแหงั้นเหรอ ผมเป็นนักล่าเกรลนะ ขอโทษ โรเบิร์ต คุณ 2 คน ได้มอบคืนอันยิ่งใหญ่แก่ชีวิตชายชราคนนี้ ขอบคุณ .. เขาต้องเรียกเงินเพิ่มแน่ๆ "
" นี่คงเป็นเทคนิคการสืบสวนแบบใหม่สินะ " กอลเย่ต์
" ไม่ทันการณ์แล้ว พวกเขาบินไปสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน " ฟาช
" จนท.ควบคุมการบินแจ้งข้อหาคุณ ปิแอร์อยู่เวรวิทยุสื่อสาร เขาโทรบอกผม มันเรื่องอะไรเหรอ เบซู "
" คุณรู้เหรอว่าผมเป็นโอปุสเดอี "
" ใช่ "
" ท่านบิช็อปอริงกาโรซาของผมโทรมา ท่านบอกว่ามีฆาตกรมาล้างบาปเขาชื่อ โรเบิร์ต แลงดอน ท่านบอกว่าผมคงนึกไม่ถึงแน่ว่าคนๆนี้ใจโหดแค่ไหน เขาจะฆ่าคนต่อไป ท่านว่าผมต้องหยุดเขา ท่านบิช็อปยอมผิดศีลเพื่อบอกผม และท่านมอบหมายให้ผมหยุด โรเบิร์ต แลงดอน บอกผมสิ กอลเย่ต์ นี่ผมทำให้ใครผิดหวัง ท่านบิช็อป หรือ พระเจ้า? "
" พวกเขาเปลี่ยนเส้นทางบินกลับลอนดอน " กอลเย่ต์บอกข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุด
ยังมีต่อโปรดติดตาม
อ่านย้อนหลังบทที่ [1 ] [2 ] [ 3 ]
edit @ 2007/07/19 11:54:31
อ่านเรื่องรหัสลับดาวินชีแล้ว ชอบมากเลย ได้รู้อะไรๆหลายอย่างเลย แต่ไมภาพในบทที่ 4 ตอนที่โซฟี เนอเวอ อยู่บนเครื่องบินกับ โรเบิร์ต แลงดอน สงสัย ว่าไมโรเบิร์ต แก่จัง
อย่าไปถือสาคอมเม้มนั้นเลยละกันค่ะ
..