
ค่ำวันนั้นเฮเก้นไปบ้านดอนเพื่อเตรียมตัวก่อนการประชุมธุรกิจครั้งสำคัญ
" ไม่เพลียเกินไปแน่นะทอม " ดอน
" ผมหลับบนเครื่องบินแล้ว ผมมีเรื่องของซอลลอสโซ๋มา(หยิบแฟ้ม) ซอลลอสโซ่มีสมญา ไอ้ตุรกี เป็นคนที่ชำนาญการใช้มีด แต่ใช้เฉพาะในเรื่องธุรกิจ หรือปัญหาที่สมควรจัดการขั้นเด็ดขาด ธุรกิจเขาคือค้ายาเสพติด เขามีไร่ฝิ่นอยู่ในตุรกี มีโรงงานผลิตเฮโรอีนอยู่ในซิซิลี เขากำลังหิวเงิน ต้องการเกราะกำบังเพื่อกันตำรวจโดยจะให้ส่วนแบ่งเราในธุรกิจนี้ ยังสืบไม่ได้ว่าเท่าไหร่ ครอบครัวตาตาเกลียหนุนหลังเขาอยู่ในนิวยอร์ก พวกนี้เอาด้วย มันต้องหวังอะไรสักอย่าง " เฮเก้นรายงาน
" ประวัติติดคุกล่ะ "
" 2 หน อิตาลี่หน ที่นี่หน รู้กันดีว่าเขาเป็นเจ้าพ่อยาเสพติด "
" ซานตีโน่ แกว่าไง ? "
" ผงขาวมันทำเงินมหาศาล " ซันนี่เว้าซื่อๆ
" ทอม ล่ะ ? "
" ผมว่าก็จริง ยาเสพติดเป็นตัวทำเงินได้สูง ยิ่งกว่าอะไรอื่นทั้งหมด หากเราไม่เอาด้วยก็ต้องมีคนอื่นเอา อาจเป็น 1 ใน 5 ครอบครัว ไม่ก็ทั้งหมด จากเงินที่มันหาได้มันก็ยิ่งซื้อตำรวจซื้อนักการเมืองได้มากขึ้น แล้วมันจะเล่นงานเรา ส่วนเรากุมสหภาพ การพนัน ซึ่งก็สุดยอดแล้วแต่ยาเสพติดคือลู่ทางในอนาคต หากเราไม่ร่วมขบวนไปด้วยเท่ากับเราเสี่ยงกับทุกอย่างที่มีอยู่ ไม่มช่ตอนนี้แต่ 10 ปีข้างหน้า "
ดอนค่อนข้างพอใจสิ่งที่เฮเก้นวิเคราะห์เป็นฉากๆ เขาพ่นควันซิการ์ " แล้ว .. "
" พ่อจะตัดสินใจยังไง ? " ซันนี่ถามในสิ่งที่เฮเก้นไม่กล้าเอ่ย
เวอร์จิล เดอะ เติร์ก ซอลลอสโซ่ เป็นคนรูปร่างสูงปานกลางแต่ล่ำบึ้ก ผิวคล้ำ-จมูกโค้ง-ตาดำดุ ซันนี่ไปรับเขาที่ประตูบ้านแล้วพามาห้องทำงานซึ่งดอนกับเฮเก้นรออยู่ เฮเก้นคิดว่าตัวเองไม่เคยพบใครท่าทางอันตรายมากกว่านี้ยกเว้น ลูก้า บราซี
" คืองี้ ดอน วีโต้ คอร์เลโอเน่ ผมต้องพึ่งคนที่มีเพื่อนทรงอำนาจ ผมต้องการใช้เงินสดล้านดอลลาร์ กับ บารมีจากนักการเมืองที่คุณเลี้ยงเอาไว้ยังกะไอ้ลูกกระจ๊อก "
" แล้วผลประโยชน์ของทางครอบครัวผมล่ะ ? "
" 30 % ปีแรกคุณน่าจะได้ซัก 3-4 ล้าน จากนั้นจะยิ่งสูงขึ้น "
" แล้วผลประโยชน์ ตาตาเกลีย ล่ะ ? "
" ต้องขอชม ผมจะดูแลตาตาเกลียจากส่วนแบ่งของผม "
" 30 % แลกกับเงินทุน อิทธิพลทางการเมือง การคุ้มครองอย่างนั้นใช่มั้ย "
" ถูกต้อง "
" ทำไมคุณมาหาผม เหตุใดผมสมควรได้รับความเอื้ออาทรปานนั้น "
" ตราบใดที่คุณถือว่าเงินหนึ่งล้านดอลลาร์เป็นแค่เงินทุนประเดิม ขอคารวะ ดอน คอร์เลโอเน่ "
ดอนไม่สนใจถ้อยคำสรรเสริญเยินยอ เขายืนขึ้นเปิดขวดเหล้ารินน้ำสีอำพันใส่แก้วอาคันตุกะ " ผมพูดไว้ว่าผมจะพบคุณเพราะได้ยินว่าคุณเป็นคนจริงจัง ที่ต้องให้ความนับหน้าถือตา แต่ เอ่อ .. ผมต้องขอปฏิเสธ และจะบอกเหตุผลให้ทราบ ผมมีเพื่อนในแวดวงการเมืองมาก แต่พวกนี้จะเป็นมิตรไปไม่นาน หากรู้ว่าผมจับธุรกิจค้ายาแทนที่จะเป็นการพนันที่พวกเขาถือว่าไม่อันตราย ยาเสพติดเป็นเรื่องโสมม สำหรับผมมันไม่แตกต่างกันหรอกว่าใครจะทำมาหากินยังไง ธุรกิจของคุณ เอ่อ .. ออกจะน่ากลัว "
" หากคุณห่วงเรื่องเงินล้านของคุณล่ะก็ทางตาตาเกลียจะรับรองให้ "
ซันนี่สอด " คุณว่าตาตาเกลียรับประกันงั้นเหรอ "
" เดี๋ยวนะ ผมเป็นคนมีจุดอ่อนเรื่องลูก เลี้ยงจนนิสัยเสียอย่างที่เห็น เขาชอบพูดตอนที่ควรฟัง การปฏิเสธของผมถือเป็นเด็ดขาด และ ยินดีกับธุรกิจใหม่ของคุณ ผมรู้ดีว่าคุณต้องไปได้ดี ขอให้โชคดีตราบใดที่ผลประโยชน์ของคุณไม่มาขัดผลประโยชน์ผม "
ซอลลอสโซ่ลุกขึ้นโค้งให้และเชกแฮนด์ดอน เฮเก้นพาเขาไปขึ้นรถข้างนอก
" ซานตีโน่ มานี่ แกเป็นอะไร ฉันว่าปัญญาแกชักจะนิ่มเพราะมัวแต่ไปมั่วอยู่กับแม่สาวน้อยนั่น อย่าเอาสิ่งที่แกคิดไปพูดให้คนนอกครอบครัวรู้อีก อุบไต๋ไว้มั่ง ไปได้ .. ทอมแล้วนี่อะไร "
" จอห์นนี่ส่งกระเช้าดอกไม้มา เขาได้แสดงหนังแล้ว " ทอมเผย
" เอาไปให้พ้นๆ "
" ไปวางตรงนั้น " ทอมสั่งคนรับใช้อีกทอด
ดอนทรุดตัวนั่งลงในเก้าอี้หนัง เฮเก้นรินเครื่องดื่มให้แก้วหนึ่ง ดอนเงยหน้ามองเขา " เรียก ลูก้า บราซี มานี่หน่อย "
" ฉันออกจะกังวลเรื่องเจ้าซอลลอสโซ่นี่ ไปสืบดูว่ามันซ่อนอะไรไว้ ถ้าตีสนิทพวกตาตาเกลียได้แล้ว เอ่อ .. ทำให้มันนึกว่าแกไม่ค่อยพอใจครอบครัวเรานัก สืบมาเท่าที่สืบได้ " ดอนสั่งลูก้า
ลูก้า บราซี แทรกซึมฝ่ายตรงข้ามโดยไปเที่ยวไนต์คลับที่ตระกูลตาตาเกลียคุมอยู่ และคลอเคลียกับนางทางโทรศัพท์ระดับดาราของพวกนั้น ทำทีบ่นว่าถูกพวกครอบครัวคอร์เลโอเน่กดขี่ สัปดาห์ต่อมา บรูโน่ ตาตาเกลีย ,ลูกชายคนเล็กซึ่งเป็นผู้จัดการไนต์คลับก็ทาบทามลูก้าให้แปรพักตร์
" ลูก้า ฉัน บรูโน่ ตาตาเกลีย "
" รู้แล้ว "
" เหล้าหน่อยมั้ย เหล้าเก่าน่ะ "
" ผมไม่ดื่ม "
" แกรู้จักฉันมั้ย " ซอลลอสโซ่โผล่ออกมา
" รู้จัก "
" เห็นแกคุยกับครอบครัวตาตาเกลียถูกคอไม่ใช่เหรอ ฉันว่าแกกับฉันคงร่วมงานกันได้ดี ฉันอยากได้คนแข็งแรงอย่างแก ฉันรู้ว่าแกไม่ค่อยพอใจครอบครัวคอร์เลดอเน่ มาอยู่กับฉันไหมล่ะ "
" แล้วผมจะได้อะไร "
" เริ่มแรกก็ 50,000 ดอลล่าร์ "
" ไม่เลว "
" ตกลงนะ "
ลูก้าไม่เชกแฮนด์ด้วยแต่ใช้นิ้วคีบบุหรี่
" กราเซีย " บรูโน่จุดไฟแช็กให้ ทำทีลูบหลังมือลูก้าแล้วจับข้อมือยึดไว้ให้ซอลลอสโซ่ปักมีดเสียบคาเคาเตอร์
ลูก้ามีปฏิกริยาฮึดสู้พยายามจะบิดมือให้หลุดแต่ซอลลอสโซ่คว้าข้อมืออีกข้าง ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดข้างหลัง เอาเชือกไหมคล้องรัดคอจนลูก้าหายใจไม่ออก ใบหน้าม่วงคล้ำ ขี้เยี่ยวแตกคากางเกง เข่าอ่อนพับร่างซวนเซ บรูโน่และซอลลอสโซ่ปล่อยมือลูก้า ร่างนั้นล้มลงตาเหลือกถลนราวกับว่าแปลกใจนักหนาที่เขาตายแล้ว ..
ดอน คอร์เลโอเน่ ตรวจเอกสารต่างๆที่ผู้จัดการบริษัทค้าน้ำมันมะกอกเสนอมาเสร็จ เขาสวมเสื้อนอกแล้วเขกหัวลูกชายคนรองให้เลิกอ่านหนังสือพิมพ์กรอบบ่าย
" ไปได้แล้วเฟรโด้ บอกพอลลี่เอารถมา "
" ได้เลยพ่อ ผมคงต้องไปเอารถเอง เมื่อเช้าพอลลี่โทรมาว่าป่วย "
" พอลลี่เป็นเด็กดี "
" ผมว่าไม่หรอกที่ต้องไปเอารถมาขับแทนเขา "
ดอนมองออกไปนอกหน้าต่างสำนักงานขณะลูกชายข้ามถนนไนธ์อเวนิวไปยังโรงจอดรถ เขาโทรศัพท์ติดต่อออฟฟิศเฮเก้นหรือใครที่บ้านลองบีชไม่ได้สักคนจึงรู้สึกหงุดหงิดมาก พอมองออกไปนอกหน้าต่างอีกทีเห็นเฟรโด้เอารถมาจอดข้างถนนตรงหน้าตึก ยืนกอดอกพิงกันชนดูผู้คนจับจ่ายซื้อของสำหรับวันคริสต์มาส ดอนเดินลงบันได 2 ชั้นจะขึ้นรถแต่ชะงักเท้า
" รอเดี๋ยวเฟรโด้ พ่อจะซื้อผลไม้หน่อย "
ดอนเดินไปหารถผลไม้ เขาซื้อลูกพีชเหลืองและส้มใส่ถุงกระดาษใบใหญ่ จ่ายเงินเรียบร้อยหันกลับจะเดินไปที่รถสายตาเหลือบเห็นชายลึกลับ 2 คนก้าวออกมาจากหัวมุม ดอนรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าจะเกิดอะไรขึ้นรีบทิ้งถุงผลไม้ วิ่งพรวดพราดข้ามถนนไปยังรถ เจ้าวายร้ายชักปืนออกมายิงทันที นัดแรกเข้ากลางหลัง ดอนตะโกนเรียก เฟรโด้-เฟรโด้ 2 นัดเข้าตะโพก ดอนล้มกลิ้งโค่โล่
มือปืนเดินมาประชิดจะยิงซ้ำแต่เสียจังหวะ กลัวเหยียบผลไม้ที่กระจายเกลื่อนถนน เมื่อเห็นเฟรโด้ยืนกวาดตามองมาพวกมันรีบยิงออกไปคนละนัดก่อนเผ่นหนี ถูกที่แขนและที่น่องขวานั่นทำให้ ดอน คอร์เลโอเน่ นอนจมกองเลือดหมดสติไป เฟรโด้ช็อกทำปืนหล่นจากมือร้องไห้คร่ำครวญ " ผมพลาด .. "
ทอม เฮเก้น สั่งเลขานุการต่อโทรศัพท์ถึงเมียบอกว่า เขาจะกลับถึงบ้านช้ากว่าปกติเล็กน้อย และเตรียมอาหารไว้ให้ด้วย เขากำลังจะเดินตรงไปห้างสรรพสินค้าเมซีส์แต่มีคนยืนขวางหน้าคือ ซอลลอสโซ่
" ทอม เฮเก้น สุขสันต์วันคริสต์มาส "
" ดีจริง บังเอิญเจอกัน "
" ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย "
" ผมไม่มีเวลา "
" หาเวลาหน่อยสิ " เฮเก้นเข่าอ่อนสังหรณ์ใจว่าจะโดนอุ้ม มีชายสองคนเดินตามประกบเขา ซอลลอสโซ่ดึงแขน " ไปขึ้นรถ กังวลอะไรเหรอ ถ้าฉันจะฆ่าแกป่านนี้แกตายนานแล้ว ขึ้นรถ ! "
ที่จริงไมเคิลกับเคย์พักด้วยกันที่โรงแรมเพ็นน์ซิลเวอเนีย นิวยอร์ค เขาโกหกเฮเก้นว่าจะเข้าเมืองพรุ่งนี้เพื่อมีเวลาช็อปปิ้งในห้าง ดูหนัง ทานอาหารค่ำช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส เขาตั้งใจจะบอกดอนเรื่องการแต่งงานกับเคย์โดยจัดพิธีเรียบง่ายที่ศาลาเทศบาล มีเพื่อนสองคนเป็นพยาน นัดพบกันทุกวันสุดสัปดาห์ และอยู่ใกล้ชิดตลอดซัมเม่อร์ จากนั้นจะรีบเรียนให้จบวิทยาลัย
" ที่ได้แล้วก็ของแม่คุณกับของซันนี่ กับเนคไทให้ เอ่อ เฟรโด้ ส่วน ทอม เฮเก้น ได้ปากกาเรโนลด์ คริสต์มาสนี้คุณอยากได้อะไร "
" แค่คุณก็พอ "
" คุณจะชอบฉันมากขึ้นมั้ยถ้าฉันเป็นแม่ชีเหมือนในหนังที่เราดู แล้วถ้าฉันเป็น อิงกริด เบิร์กแมน ? "
" ขอคิดดูก่อน .. ถ้าคุณเป็น อิงกริด เบิร์กแมน ผมก็ไม่ชอบคุณมากเกินกว่านี้ "
ทั้งคู่เดินแนบชิดกันกลับมายังห้องโถงโรงแรม ระหว่างไมเคิลยืนรอรับกุญแจห้อง เคย์รี่ไปแผงหนังสือพิมพ์ " รอเดี๋ยว "
" เป็นอะไร " ไมเคิลดึงหน้าหนังสือพิมพ์จากมือหล่อน ภาพข่าวพ่อนอนจมกองเลือดและพาดหัว
วีโต้ คอร์เลโอเน่ อาจถูกฆ่าตายแล้ว
เจ้าพ่อถูกมือปืนยิงคว่ำ
" ข่าวไม่บอกว่าตายหรือเปล่า " ไมเคิลวิ่งข้ามถนนไปตู้โทรศัพท์ หมุนหมายเลข ยกหูกรอกเสียงตามสาย " ซันนี่ นี่ไมเคิล "
" ไมเคิล แกหายหัวไปไหนมา "
" พ่อปลอดภัยมั้ย "
" ยังไม่รู้ พูดลือกันไปต่างๆนานา พ่อโดนยิงสาหัส ฟังอยู่มั้ย "
" ฟังอยู่ "
" แกอยู่ที่ไหน ข้าเป็นห่วงแทบแย่ "
" ฉันโทรไป ทอมไม่ได้บอกเหรอ "
" เปล่า รีบกลับบ้านเถอะ แกควรมาอยู่กับแม่ "
ครึ่งชั่วโมงหลังจากพ่อถูกยิงซันนี่ได้รับโทรศัพท์ 5 ครั้งติดต่อกัน ครั้งแรกจาก จอห์น ฟิลลิปส์ ,นายตำรวจที่รับส่วยจากครอบครัวคอร์เลโอเน่ว่าพ่อซันนี่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ตำรวจนำตัวส่งโรงพยาบาลเฟรนช์ แล้วพาเฟรโด้ไปสอบปากคำที่โรงพักเชลซี คนรับแทงม้าคาบข่าวโทรมาบอกว่าดอนถูกยิงตาย พอซักไซร้ไล่เรียงหมอก็ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์ ซันนี่วางหูตอนนักข่าวเดลินิวส์จะสัมภาษณ์ ..
แซนดร้าผวาเมื่อได้ยินเสียงโครมนอกบ้าน ซันนี่หยิบปืนจากลิ้นชักเดินตรงไปที่ประตู ได้ยินเสียงเคาะเรียก
" ใครน่ะ ? "
" ผม คลีเมนซ่า (ซันนี่เปิดประตู) มีข่าวเรื่องพ่อคุณมาอีก เห็นเขาพูดกันทั่วว่าพ่อคุณตายแล้ว "
" ไอ้ห่า ปากไม่เป็นมงคล " ซันนี่ผลักไหล่คลีเมนซ่ากระทบผนังห้อง
" ใจเย็นๆก่อน "
" พอลลี่ไปไหน ? " สองมือซันนี่กระชากคอเสื้อคลีเมนซ่า
" พอลลี่ลาป่วย พักนี้มันป่วยบ่อย "
" มันลากี่หนแล้ว "
" 3-4 หน ผมเคยถามเฟรโด้ว่าจะเปลี่ยนมันมั้ย เขาว่าไม่ต้อง "
" ไปรับมันมาที่นี่เดี๋ยวนี้ ป่วยหนักแค่ไหนก็ช่างถ้ายังมีลมหายใจอยู่ รีบพามันไปบ้านพ่อกู "
" จะให้ส่งใครมาที่นี่อีกมั้ย "
" เดี๋ยวฉันจัดการเอง บอกแซนดร้าเดี๋ยวจะมีคนของเรามานี่ 2-3 คน "
โทรศัพท์ดังครั้งที่ 4 เสียงปลายสายเบานุ่ม " ซานตีโน่ คอร์เลโอเน่ .. ทอม เฮเก้น อยู่ที่นี่ อีก 3 ชั่วโมง เราจะปล่อยเขาพร้อมข้อเสนอ ฟังที่เขาพูดให้จบก่อนที่จะทำอะไร ที่แล้วให้แล้วไป อย่าบันดาลโทสะอย่างที่ชอบทำล่ะ "
" ฉันจะคอย " ซันนี่รู้ว่าเป็นเสียงเย้ยหยันของซอลลอสโซ่
เฮเก้นถูกนำตัวไปห้องใต้ดินภัตตาคารแห่งหนึ่ง ซอลลอสโซ่นั่งอยู่ที่โต๊ะในครัวตรงข้ามเขา
" นายแกตายแล้ว ฉันรู้ว่าแกไม่ใช่พวกขาลุยเพราะฉะนั้นแกไม่ต้องนึกกลัว ฉันอยากให้แกบอกพวกคอร์เลโอเน่ และ อยากให้แกช่วยฉัน ใช่ เราเก็บเขาหลังจากเอาตัวแกมา ดื่มสิ .. แกนี่แหละที่จะสร้างสันติให้ฉันกับซันนี่ ซันนี่อยากคว้าข้อเสนอของฉันไม่ใช่เหรอ แกเองก็รู้ว่าถูกต้องที่จะรับ " ซอลลอสโซ่บอก
" ซันนี่จะตามถล่มแกทุกวิถีทางแน่ " เฮเก้นดื่มเหล้าไรย์ทำให้มือหายสั่น และ ปลุกประสาทตื่นตัว
" ใช่ นั่นคือปฏิกริยาแรกสุด แกถึงต้องไปพูดให้เขาได้คิด ครอบครัวตาตาเกลียหนุนหลังฉันอยู่ ครอบครัวอื่นในนิวยอร์คเอาด้วยแน่ๆ หากจะเป็นการป้องกันการเกิดศึกใหญ่
ยอมรับดีๆซะทอม ฉันพูดด้วยความเคารพ ดอนชักจะหมดน้ำยาแล้ว ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนฉันจะเก็บเขาได้มั้ย นี่เขาตายแล้วอะไรก็ทำให้เขาฟื้นไม่ได้ เพราะงั้นคุยกับซันนี่ซะแล้วก็คุยกับไอ้พวกแขนขาทั้ง เตสซิโอ ไอ้อ้วนคลีเมนซ่า ธุรกิจนี้รุ่งทอม "
" จะลองดู แต่ถึงอย่างไรซันนี่ก็รั้ง ลูก้า บราซี ไม่อยู่ " เฮเก้นน้ำตาคลอเบ้า ซอลลอสโซ่รู้สึกประหลาดใจ
" ใช่ เรื่องลูก้าไว้เราห่วงเอง แกแค่คุยกับซันนี่กับลูกๆดอนอีก 2 คนนั่น "
" จะพยายามเต็มที่ "
" ดี เอาล่ะ ไปได้เลย ฉันไม่ชอบความรุนแรง ฉันเป็นนักธุรกิจ หลั่งเลือดมันเปลืองค่าใช้จ่าย "
ทั้งหมดออกมายืนข้างถนนยามค่ำคืนที่หิมะตกโปรยปราย สายลับรี่มากระซิบข้างหูซอลลอสโซ่ ไอ้ตุรกีหน้าซีดเสียงสั่น " เขายังไม่ตาย โดนซัด 5 นัดแต่เขายังไม่ตาย นับเป็นโชคร้ายของฉัน โชคร้ายของแกด้วยหากแกพูดไม่สำเร็จ "
ไมเคิล คอร์เลโอเน่ ไปถึงบ้านพ่อที่ลองบีชเห็นปากทางเข้ามอลล์มีโซ่ขึงขวางไว้ บ้าน 8 หลังเปิดสปอตไลท์ส่องแสงสว่างจ้า รถยนต์หลายคันจอดอยู่ไหล่ถนนคอนกรีตตีวงโค้ง
" แม่คุณไปอยู่เฝ้าพ่อคุณที่โรงพยาบาล รู้สึกเขาจะรอดนะ " คลีเมนซ่าจับมือไมเคิล
" ไอ้คนชั่วมันเยอะมาก คุณว่าไง ซอลลอสโซ่ ฟิลลิปส์ และ จอห์น ตาตาเกลีย .. " ซันนี่
" เป็นความแค้น ส่วนตัว เกินไป จะฆ่าแม่งหมดเชียวเหรอ " ทอมตกใจ
" มีอะไรให้ฉันช่วยได้บ้าง " ไมเคิล
" เรื่องนี้แกอย่าเกี่ยวมิกกี้ เห็นแก่ฉันเถอะ สำคัญที่ซอลลอสโซ่กำจัดมันได้ทุกอย่างก็สงบ " ซันนี่เหยียดขาพาดบนโต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งถือแผ่นกระดาษแข็งสีเหลืองอีกข้างถือดินสอ
" ลูก้า ล่ะ ซอลลอสโซ่ดูจะไม่กังวลกับลูก้า " ทอม
" ถ้าลูก้าหักหลัง เราเดือดร้อนแน่ มีใครติดต่อลูก้าได้บ้าง " ซันนี่
" พยายามมาทั้งคืน อาจไปเที่ยวผู้หญิงมั้ง " คลีเมนซ่าคะเน
" เฮ้ มิก ลองโทรหาเขาที่บ้านให้ที นี่ทอมแกเป็นคอนซีลโยรีเกิดพ่อเป็นอะไรไปเราต้องทำยังไง " ซันนี่ปรึกษา
" ถ้าเราเสียพ่อไปเท่ากับเสียเส้นสายทางการเมือง และ เสียอำนาจไปกว่าครึ่ง ก๊กอื่นในนิวยอร์คอาจหนุนซอลลอสโซ่เพื่อหลีกเลี่ยงศึกล้างแค้นยาวนานที่มีแต่พินาศ นี่ก็ปี 1946 ไม่มีใครอยากนองเลือดอีก หากพ่อแกตายแกต้องยอมทำข้อตกลง "
" แกพูดง่ายว่ะทอม ไม่ใช่พ่อแกนี่หว่า "
" ท่านถือฉันเป็นลูกเหมือนแกเหมือนไมค์ "
" มีอะไร? " ซันนี่
" อ้าว พอลลี่ ฉันให้แกอยู่เฉยๆไง " คลีเมนซ่า
" มีคนมา เขาว่ามี ของ มาส่ง " พอลลี่รายงาน
" เหรอ เตสซิโอ ไปดูหน่อยสิ " ซันนี่
" จะให้อยู่นี่ใช่มั้ย " พอลลี่
" เอออยู่ก่อน อาการดีขึ้นหรือยัง "
" ดีบ้างแล้ว "
" ของกินอยู่ในตู้เย็น หิวอะไรมั้ย ดื่มซักหน่อยจะช่วยให้เหงื่อออก (พอลลี่เปิดประตูออกไป) .. จัดการไอ้บัดซบนั่นทันที มันหักหลังพ่อไม่ต้องสงสัยเลย ฉันไม่อยากเห็นหน้ามันอีก จัดการมันก่อนเรื่องอื่น " ประกาศิตซันนี่
" เข้าใจแล้ว " คลีเมนซ่า
" มิกกี้พรุ่งนี้เอาคนไปด้วย ไปที่บ้านลูก้า รออยู่จนกว่าจะเจอตัว " ซันนี่บัญชา
" เราไม่น่าดึงไมค์มาเกี่ยวกับเรื่องนี้ " ทอมแย้ง
" จริง อยู่บ้านคอยรับโทรศัพท์ก็แล้วกัน โทรหาลูก้าอีกทีโทรเลย " ซันนี่เปลี่ยนใจ
เตสซิโอถือห่อกระดาษเข้ามาในห้องประชุม เมื่อคลี่ออกเห็นปลาตัวใหญ่อยู่ในเสื้อเกราะลูก้า
" นี่มันอะไรกัน ? " ซันนี่
" เป็นข้อความแบบซิซิเลี่ยนแปลว่า ลูก้า บราซี หลับอยู่กับปลาแล้ว " เตสซิโอ
ปีเตอร์ คลีเมนซ่า นึกไม่ถึงว่า เปาลี กาตโต ,สมุนคนโปรดจะทรยศ ภูมิหลังมาจากครอบครัวซิซิเลี่ยน เติบโตในย่านเดียวกับพวกเด็กๆสกุลคอร์เลโอเน่ เปาลีถูกชุบเลี้ยงและอบรมมาอย่างดี
มันหารายได้เสริม(ฟรีแลนซ์)จากส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์'เจ้ามือ'บ่อนอีสต์ไซด์ และสหภาพแรงงานแห่งหนึ่ง ซึ่งขัดต่อกฎของครอบครัวคอร์เลโอเน่ แสดงถึงความมักใหญ่ใฝ่สูงเหมือนม้าแข่งชั้นดีที่ดื้อบังเหียน
คลีเมนซ่านอนกระสับกระส่าย เรื่องการสังหารกาตโตนั้นจิ๊บจ๊อยแต่จะเลื่อนใครมาแทนตำแหน่งเดิม ในที่สุดเขาเลือก ร็อคโค ลามโปเน่ ,ทหารผ่านศึกสมรภูมิในแอฟริกา แม้ว่าจะเดินขากะเผลก เขาเคยใช้ร็อคโคเป็นตัวกลางกว้านซื้อเสื้อผ้าในตลาดมืด และ แสตมป์อาหารของรัฐบาล .. ลาโปเน่ตัดสินใจทำอะไรเฉียบคม
รุ่งเช้าคลีเมนซ่าล้างรถคาดิแล็กของเขา เขารักรถคันนี้มาก ความคิดเขาแจ่มใสตอนทำความสะอาด รถ คล้ายกับพ่อทำอย่างเดียวกันนี้กับ ลา
เขาทบทวนแผนการ วิธีสังหารโหดจะต้องทำ'อย่างเปิดเผย' เพื่อว่าไอ้คนที่กำลังคิดคดทรยศจะได้ตกใจกลัว และกำราบศัตรูต่อครอบครัวไปในตัว เขาถอนหายใจก่อนบอกเมีย " ไปล่ะนะ "
" คืนนี้จะกลับกี่ทุ่ม "
" ยังไม่รู้ อาจจะดึก "
" อย่าลืมคานอลี่ "
ร็อคโคมาถึงก่อนเวลาเพื่อซักซ้อมแผนการกับคลีเมนซ่า ส่วน เปาลี กาตโต ขับรถมาจอดอยู่ทางเข้าบ้านแล้ว ทั้งคู่จึงเข้าไปสมทบ
" ร็อคโค นั่งอีกฝั่งได้มั้ย ฉันมองกระจกหลังไม่ได้ " พอลลี่ระแวง
" ซันนี่คลั่งใหญ่จัดแจงจะให้ไปหาที่ซุ่มแล้ว เราต้องหาทำเลกบดานแถวเวสต์ไซด์ ลองดูที่ 309 ถนน 43 เวสต์ รู้จักทำเลเหมาะๆแถวเวสต์ไซด์มั้ย " คลีเมนซ่าพูดเสียงขุ่น ทำทีหงุดหงิด
" ต้องขอนึกดูก่อน "
" นึกไปขับรถไปได้มั้ย ฉันอยากถึงนิวยอร์กภายในคืนนี้ ตอนถอยรถระวังเด็กๆด้วยล่ะ "
เปาลีขับรถชำนาญการจราจรในตัวเมืองจึงไปถึงจุดหมายตอนโพล้เพล้
" พอลลี่เดี๋ยวแกไปถนน 39 แซนโตส ไปเอาฟูกมา 18 ที่ ให้พวกเรานอนกันแล้วเอาใบเสร็จมาด้วย "
" ไม่มีปัญหาผมรู้จักร้าน "
" เลือกดูฟูกให้สะอาดก็แล้วกันเพราะคนของเราจะต้องอยู่ที่นั่นอีกนาน "
" สะอาดสิ เขาว่ากำจัดเชื้อแล้วด้วย "
" กำจัดเหรอ ใช้คำนี้ไม่ค่อยดี กำจัด เก็บมันเลย เราจะกำจัดแกแหละนะ "
" นึกว่าตลก แย่สิ " พอลลี่เครียด
คลีเมนซ่าสั่งให้เปาลีขับรถไปย่านวอชิงตันไฮต์ เขาเช็กดูอพาร์ตเม้นต์ 2-3 แห่ง ปล่อยให้ร็อคโคคุมเชิงพอลลีอยู่ในรถ ตัวเองเข้าไปร้านอาหารเวรามาริโอ กินเนื้อกับสลัด เสร็จแล้วเดินกลับมาขึ้นรถ
" เฮ้ย พอลลี่ แก ตด หรือเปล่าวะ "
" ไอ้ห่า ร็อคโค แกต่างหาก "
" ฉันเปล่า ไม่ใช่ฉัน "
" แกนั่นแหละ "
ระหว่างนั่งรถกลับลองบีชไม่มีการพูดคุยกัน
" จอดรถก่อนซิ จะลงไปยิงกระต่าย "
เปาลีรู้ว่าจุดอ่อนลูกพี่มักจะถังรั่วจึงหักรถออกจากทางหลวง เข้าไปยังถนนลูกรังสู่หนองน้ำ
คลีเมนซ่าลงจากรถรี่เข้าไปที่พุ่มไม้ เขาเยี่ยวจริงๆ วินาทีต่อมาในรถก็สั่นสะเทือนเมื่อร็อคโคจ่อปืนระเบิดสมองพอลลี่กระจุย ร่างนั้นทะยานใส่พวงมาลัยแล้วฟุบกับเบาะ เศษกระโหลกและเลือดเปื้อนเปรอะกระจกหน้า
" ทิ้งปืนไว้ เอาคานอลี่ไป "
ร็อคโคก้าวออกมาจากที่นั่งตอนหลังรถ เหวี่ยงปืนลงหนองน้ำ เขากับคลีเมนซ่าเดินจ้ำอ้าวไปยังรถยนต์สำรองที่จอดอยู่ใกล้ๆ สตาร์ทเครื่องแล้วขับรถพาคลีเมนซ่ากลับบ้านที่แมนฮัตตันโดยเปลี่ยนเส้นทางใหม่
Frank Sinatra " I Did It My Mafia's Way "
เจ.เอ็ดการ์ ฮูฟเวอร์ ,หัวหน้าเอฟบีไอผู้ได้กลิ่นคาวเลือดหลังบ้านซินาตราตั้งแต่ปี 1947 เขารวบรวมข้อมูลทีละเล็กละน้อย แกะรอยไปถึง 16 องค์กรลับที่ซินาตราพัวพันอยู่ รวมทั้งพรรคคอมมิวนิสต์(ไม่มีอะไรยืนยันว่าซินาตราฝักใฝ่ในลัทธิ หรือเป็นสมาชิกพรรคฝ่ายซ้าย)
ในบันทึกของฮูฟเวอร์ แฉรายชื่อมาเฟียบิ๊กเนม ถ้าเอ่ยชื่อออกมาแล้วทุกคนต้องตาลุกโพลง เช่น โจเซฟ และ ร็อคโค ฟิชเชตติ ,เครือญาติ อัล คาโปน วิลลี่ ลอเร็ตติ ,ขาใหญ่แห่งนิวเจอร์ซี่ เจมส์ ทาแรนติโน่ ,ลูกหม้อของ บักซี ซีเกล มิคกี้ โคนเฮน ,ตัวเอ้ในลอส แองเจลิส แซม จิอันคานา ,เจ้าพ่อชิคาโก .. เป็นต้น
หลักฐานทางวัตถุที่ฮูฟเวอร์ปักใจเชื่อว่าซินาตรามีความสัมพันธ์กับพวกมาเฟีย โดยซ่อนเร้นภายใต้ภาพลักษณ์คนบันเทิงเริงรมย์ คือ เบอร์โทรศัพท์ของซินาตราที่ตำรวจพบในกระเป๋าเงินของจิอันคานา ตอนเขาถูกจับปี 1958
แหวนประดับแซฟไฟร์สีชมพูที่อยู่บนนิ้วของจิอันคานา เป็นของขวัญจากซินาตรา
กล่องบุหรี่สีทองซึ่งจารึกข้อความว่า " ให้ลักกี้เพื่อนรัก จากเพื่อนคนหนึ่ง แฟรงค์ ซินาตรา " อันนี้ตำรวจพบในขณะเข้าค้นบ้านในเนเปิล อิตาลี ของ ลักกี้ ลูเซียโน่
ภาพถ่ายซินาตราห้อมล้อมด้วยบรรดาเจ้าพ่อ หรือเทปลับที่รัฐบาลลอบบันทึกการสนทนาของแก๊งมาเฟียที่มีการเอ่ยชื่อซินาตราขึ้นมาหลายครั้ง
ซินาตราโอดครวญผ่านสื่อว่าแค่เขาพบปะกับแฟนเพลงที่เผอิญเป็นอาชญากรเป็นครั้งคราว มันต้องทำให้เขาติดร่างแหเป็นอาชญากรไปอีกคนหรือไร ?
บันทึกของฮูฟเวอร์ส่งให้ รอเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี ,อธิบดีกรมอัยการแห่งสหรัฐอเมริกาพร้อมๆกับการรับรู้ของสาธารณชน
เชื่อกันว่า มาริโอ พูโซ่ ผู้เขียนนิยาย เดอะ ก๊อดฟาเธอร์ เนรมิตตัวละคร จอห์นนี่ ฟองเตน มาจากชีวิตจริงของ แฟรงค์ ซินาตรา นั่นเอง ..
แฟรงค์ ซินาตรา กำลังจนมุมด้วยหลักฐาน เขาไม่ได้คบหาพวกมาเฟียอย่างผิวเผิน เขาแสดงในคลับ และโรงละครภายใต้การดูแลของผู้มีอิทธิพลหลายครั้ง ลงทุนในธุรกิจมืด และใช้ความเป็นคนดังเป็นใบเบิกทางสำหรับแสวงหาผลประโยชน์ของมาเฟีย เขากล้าเอ่ยชื่อเจ้าพ่อบางคนด้วยความชื่นชมในบ้านตนเอง ,โรงแรม และบ้านพ่อแม่ กระทั่งเด็กอมมือคงไม่เชื่อว่าซินาตราจะไม่รู้เห็นเรื่องอุบาวท์ที่วนเวียนในโลกทรชน
ซินาตราไม่ได้ก้าวเข้าสู่โลกอาชญากรรมชั่วครู่ชั่วยาม แต่เขาถูกเชื้อเชิญตั้งแต่ยังไร้เดียงสาอยู่ในวงการมายา ปี 1935 ขณะซินาตรา,วัยรุ่นกระทงเป็นสมาชิก Hoboken Four ,วงดนตรี 4 คน ที่เริ่มมีชื่อเสียงเล็กๆ ตอนแสดงสดใน Major Bowes and his Original Amateur (รายการวิทยุชื่อดังทาง NBC)
รัศมี'ดารา'จับซินาตราเหนือสมาชิกวงคนอื่น หลายคนชื่นชอบความสามารถในการแสดงบนเวทีของเขาไม่ยกเว้น วิลลี่ มอเร็ตติ ,เจ้าพ่อนิวเจอร์ซี่ในถิ่นกำเนิดของเขาเอง
มอเร็ตติปลื้มซินาตราอย่างออกหน้าออกตา ถึงขั้นจ้างซินาตรามาฉายเดี่ยวใน คาสิโน ตัวเอง นั่นยิ่งทำให้ชื่อเสียงซินาตราขจรขจายเมื่อสถานีวิทยุท้องถิ่นออกอากาศการแสดงสดด้วยแล้ว ทันที่ที่ซินาตรากระหายอยากเป็นศิลปินเดี่ยว มอเร็ตติก็พร้อมสนับสนุนเขาเช่นกัน
ปี 1939 ซินาตราเซ็นสัญญาเป็นนักร้องนำให้กับวงบิ๊กแบนด์ของ เฮนรี่ เจมส์ ไม่ทราบว่ามอเร็ตติมีเอี่ยวแค่ไหน ที่แน่ๆคือความสามารถอันเอกอุของซินาตราเป็นองค์ประกอบหลัก ร่ายมนต์เพลงทำให้คนดูรู้สึกว่าเขากำลังพูดคุยอย่างเป็นกันเอง
ซินาตรามีรูปร่างกะทัดรัด และผิวเนียนน่าเอ็นดูส่งผลให้เขาก้าวไปสู่บันไดขั้นที่สูงกว่า น้ำเสียงสะกดแฟนเพลงเป็นที่ประทับใจของ ทอมมี่ ดอร์ซี่ย์ ,หัวหน้าวงดนตรีชื่อดัง จนยื่นข้อเสนอให้ซินาตรามาเป็นนักร้องนำในวง .. มันเป็นข้อเสนอที่เขาไม่มีวันปฏิเสธ
ได้ยินชื่อ แม้ว Sinatra ทำให้นึกถึง Frank Sinatra ในอีกมุมมอง >>
เว็บเพจหน้านี้เพื่อความสบายตาในการอ่าน pages [ 3 ] และ [ 3a ]
edit @ 18 Sep 2008 19:10:17 by pinocchio