2009/Jul/20

     ความจำสั้น .. แต่รักฉันยาว

     ยงยุทธ ทองกองทุน(สิน) ผู้กำกับภาพยนตร์ค่าย GTH พูดถึงผลงานล่าสุดเรื่อง ความจำสั้น แต่รักฉันยาว ว่าเริ่มจาก จิระ มะลิกุล ไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพแล้วชอบไอเดียหนังสั้นของน้องฝน(ขนิษฐา)ชื่อเรื่อง เวลารัก จุดประกายในการเขียนบทหนังขึ้นมาใหม่คอนเซ็ปต์ อยากลืมกลับจำ .. อยากจำกลับลืม โดยมีปมตัวละครสองคู่ ;คู่สูงอายุเพิ่งจะเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ ส่วนคู่หนุ่มสาวยังไม่ลืมอดีตอันขื่นขม

     " คนเราจะไปกำหนดกะเกณฑ์ทั้งอดีตอนาคตอะไรไม่ได้หรอก แต่ว่าเราอย่าจมปลักกับมัน เปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นเป็นพลังงาน หรือคติเตือนใจ เพื่อให้เราเริ่มต้นใหม่ในวันต่อมาได้ "

     ถ้าปลาทองมีความจำสั้นเพียง 3 วินาที แค่ว่ายน้ำจากขอบโถด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง มันก็จดจำความรักระหว่างเพศไม่ได้แล้ว คนเราไม่ใช่ปลาทองที่จะหลงลืมความรักอย่างง่ายดาย

     หนังเรื่องนี้ได้พระเอกมาดเซอร์ อารักษ์ อมรศุภศิริ ซึ่งเปลี่ยนลุ๊คส์โดยทำวิกผมสั้น และใส่แว่นตา ส่วนนางเอกใหม่คือ ญารินดา บุนนาค ;คู่รักวัยรุ่น เก่ง(สัตวแพทย์) กับ ฝ้าย(ภูมิสถาปนิก) ต่างเคยรู้จักกันในวัยเรียน เก่งแอบรักฝ้ายอยู่ข้างเดียว เมื่อจบมาทำงาน ฝ้ายแต่งงานกับโอม,เพื่อนสนิทเก่งไม่นานก็เลิกรา ฝ้ายยังตัดใจกับคนรักเก่าไม่ได้ ขณะเก่งก็ไม่เคยลืมความรักครั้งแรกที่มีต่อฝ้าย

     เช่นเดียวกับคู่รักวัยดึก ลุงจำรัส(กฤษณ เศรษฐธำรงค์) กับ ป้าสมพิศ(ศันสนีย์ วัฒนานุกูล)ซึ่งพบเจอกันในชมรมคอมพิวเตอร์ผู้สูงอายุ อุปสรรคคือลูกๆฝ่ายหนึ่งไม่ยอมรับ และเตรียมย้ายครอบครัวไปปักหลักเมืองนอกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ โรคความจำเสื่อม ที่คุกคามลุงจำรัสจู่ๆเกิดกำเริบขึ้นมา ท่าทางผู้ชมจะต้องลุ้นให้ทั้งสองคู่สมหวัง จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง

     บทภาพยนตร์หนักแน่นสมเหตุผล ใส่ใจในรายละเอียด และเดินเรื่องไปข้างหน้าอย่างเข้าใจง่าย ต่างจากละครโทรทัศน์น้ำเน่า แม้ความโรแมนติกหรือเศร้าสะเทือนใจจะไม่ถึงขีดสุด ก็ถูกชดเชยด้วยบรรยากาศโลเกชั่นของธรรมชาติที่งดงาม สงบร่มเย็นของไร่สวนชุมพร กับ ทะเลชาวใต้ ผสมความตลกขบขันประสาคนรักสัตว์

     *รายละเอียดเพิ่มเติม 1.นิตยสาร FILMAX issue 21 มีค.52 2.MovieTime Magazine 28 Feb - 9 Mar 2009








     a history of violence .. คนประวัติเดือด

คนประวัติเดือด     ความโหดอำมหิต และ การใช้ความรุนแรงประทุษร้ายต่อกัน ทั้งทางร่างกาย และ จิตใจ มีมาแต่หนใด?

     มันเกิดจากพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หรือเนื้อแท้เป็นสิ่งแฝงเร้นในกมลสันดานมนุษย์โดยกำเนิด เพียงแต่อยู่ในสภาพหลับใหล รอเวลาถูกปลุกให้ตื่นสำแดงฤทธิ์เดชเมื่อถึงจุดแตกหัก

     a history of violence คือผลงานกำกับภาพยนตร์ของ เดวิด โครเนนเบิร์ก ฉายเมื่อปี 2005 และเขาบรรลุแนวทางสร้างสรรค์นี้อีกครั้งใน eastern promises (2007) หนังของเขาไม่ได้เสนอความรุนแรงอย่างดาษดื่น แต่มีเนื้อหาลุ่มลึกประกอบกันไปอย่างสมเหตุผล
     สุดท้ายก็ไม่ได้ชี้ทางออกให้กับสังคมว่าใครจะมีส่วนรับผิดชอบแค่ไหน? อย่างไร? หรือปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมท่ามกลางความมืดมนอนธการ

     ผมขอแนะนำเพื่อนๆถ้ามีเวลาว่างสามารถหาเช่าตามศูนย์วิดีโอมาชมได้ครับ หนังประเภทนี้ต้องใช้ความคิดตลอด ไม่ใช่ดูจบแล้วจบเลย เหมือน no country for old men (ล่าคนดุในเมืองเดือด 2007) ถึงขั้นต้องหาอ่านคำวิจารณ์กันเลยเชียว 

     (เสิร์ชหาในอินเตอร์เน็ตก็ได้ ขอเพียงมีแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องครับ)

     *รายละเอียดเพิ่มเติม a history of violence .. จุดเริ่มต้นของความรุนแรง - พลากร เจียมธีระนาถ นิตยสาร pulp no.32 March 2006 ฉบับหน้าปก Audrey Tautou (The Da Vinci Code)

     ในเดือนพฤศจิกายน 2552 มีโปรแกรมหนังน่าสนใจคือ 2012 วันสิ้นโลก ดูตัวอย่างแล้วไม่น่าพลาดชมในโรง อาจจะเปลี่ยนบรรยากาศถ่อสังขารไปดูจอ IMAX ถึงเมเจอร์รัชโยธิน

2012 วันสิ้นโลก






     ลัทธิก่อการร้ายสากล .. ประชาคมโลกเผชิญความรุนแรง

บึ้ม 2 โรงแรมดังกลางกรุงจาการ์ต้า อินโดนีเซีย     ภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีเพียง 10 วัน เมื่อ สุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำอินโดนีเซียสมัยที่ 2 โดยจะครองอำนาจต่ออีก 5 ปี เขามีความสัมพันธ์แนบแน่นกับรัฐบาลกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ก็เกิดระเบิดพลีชีพ บึ้ม 2 โรงแรมหรูใจกลางกรุงจาการ์ต้า ตอน 2 โมงเช้า วันศุกร์ที่ 17 กค.52

     จุดเกิดเหตุคือ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท และ โรงแรมริตซ์-คาร์ลตัน มีคนตาย 9 ศพ เป็นชาวออสเตรเลีย 3 นิวซีแลนด์ 1 กับชาวอินโดนีเซียอีก 1ศพ บาดเจ็บกว่า 53 คน รวมทั้งชาวต่างชาติ 18 คน

     ปฏิบัติการอุกอาจครั้งร้ายแรงนี้มิเพียงเขย่าขวัญหมู่ชนอิเหนา และคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียเท่านั้น หากกระทบต่อประชาคมโลกทั้งมวลเพราะแสดงว่า ขบวนการมุสลิมหัวรุนแรง เจมาร์ อิสลามิยาห์ - เจไอ ได้ฟื้นคืนชีพแล้ว ทั้งที่ถูกทางการอินโดนีเซียร่วมมือกับนานาชาติไล่ล่าปราบปรามอย่างหนัก จนผู้สันทัดกรณีคาดว่าคงสิ้นพิษสง

     ผลงานกลุ่มเจไอที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญในอดีตคือ วางระเบิดไนต์คลับย่านหาดทรายชายทะเล แหล่งท่องเที่ยวเกาะบาหลี สังหารโหดผู้คนไป 202 ศพ ส่วนใหญ่เป็นนักทัศนาจรต่างชาติ ในปี 2545

รร.ริตซ์คาร์ลตัน     เจไอมีเครือข่ายสมาชิกนับพันในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และ ออสเตรเลีย พวกเขาได้รับการฝึกอบรม-ฝึกฝนยุทธวิธีทางทหาร และถูกล้างสมองเพื่อสถาปนารัฐอิสลามหนึ่งเดียว (ทำนองเดียวกับสหรัฐจัดระเบียบโลกใหม่ ) ภารกิจหลักคือโจมตีผลประโยชน์ทางพลเรือนของชาติตะวันตก

     หัวโจกตัวเอ้เคยมีประสบการณ์รบพุ่งในอัฟกานิสถานร่วมกับขบวนการอัลเคดาขับไล่กองทัพสหภาพโซเวียต แหล่งเงินทุนลับโอนมาจากเครือข่ายของประเทศอาเซี่ยน ไม่เว้นแม้แต่การปล้นธนาคาร

     สงครามครูเสดยุคโลกาภิวัฒน์ก่อตัวเพื่อต่อต้านโลกตะวันตก
     คนนอกศาสนาใช้เงินทุน(ผูกขาดการค้า/เก็งกำไร/ควบรวมกิจการ) และ วัฒนธรรมสามานย์(ป๊อปคัลเจอร์/ฮอลลีวู้ด/อินเตอร์เน็ต,โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ปลุกเร้าลัทธิบริโภคนิยม ฟุ่มเฟือยสินค้าแบรนด์เนม ยาเสพติด และเซ็กส์โสโครก)ในการครอบงำวิถีชีวิตอันสงบของชาวมุสลิม และปล้นทรัพยากรประเทศที่ด้อยกว่า (สหรัฐบุกอิรัก) อย่างไม่หยุดยั้ง
     ฝ่ายจักรวรรดินิยมจึงสมควรถูกล้างแค้นอย่างสาสม..!

รร.เจดับบลิว แมริออท


     อินโดฯยันบึ้มรร.จาการ์ตาฝีมือเจไอ  --> นสพ.เดลินิวส์ 20 กค. 52
     คลิประเบิด!! ที่โรงแรมดังในอินโดนีเซีย 17 กรกฏาคม 2552
     จีนรับตำรวจยิงม็อบซินเจียงดับ12ศพ  --> นสพ.เดลินิวส์ 20 กค. 52
     อินโดฯเผยมือบึ้มโรงแรมจาการ์ตา --> นสพ.เดลินิวส์ 21 กค. 52
     ตำรวจอินโดฯเผยโฉมหน้า 2 ผู้ต้องสงสัยระเบิดโรงแรมหรู --> ผู้จัดการออนไลน์ 22 กค. 52
     "บึ้มบาหลี" ฝีมือใคร? --> KKU tnnproject 

     “มาร์ค”ค้านฎีกาแดงชี้เหมือนแย้งศาล -->นสพ.เดลินิวส์  2 สค. 52
      "ชัยสิทธิ์"คาดต.ค.เดือดชี้ "แม้ว"สมองดีมีปัญญากลายเป็น"ตัวอันตราย" ภท.เย้ยเสื้อแดงหายไปไหน10ล้าน --> มติชนออนไลน์ 2 สค. 52
      คาดเปิดสนามบินสมุยได้หลังเที่ยง นักบินที่2บางกอกแอร์ฯอาการยังน่าห่วง นำร่างกัปตันเข้ากรุงเทพฯ --> มติชนออนไลน์ 5 สค. 52
     จม.เปิดผนึก อ.จุฬาฯกว่า1500 คนค้านฎีกาอภัยโทษ "แม้ว" ชี้อันตราย กดดัน-กระทบศรัทธาสถาบัน --> มติชนออนไลน์ 4 สค. 52
     ระทึก! คนร้ายบุกสังหารหมู่"โรงยิมสหรัฐฯ" --> เดลินิวส์ออนไลน์ 5 สค. 52


     สเต็มเซลล์ .. เซลล์อวตาร

stem cell     ดร.คาริม เนเยอร์เนีย หัวหน้าทีมวิจัยมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิ่ลอ้างว่า ประสบความสำเร็จในการทดลองนำสเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์มาเพาะ และสร้างเป็นอสุจิมนุษย์เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ชายเป็นหมัน และอยากมีบุตร แต่มีนักวิชาการจำนวนมากไม่เชื่อว่าทำได้จริง เพราะอสุจิดังกล่าวมีโครงสร้าง และลักษณะการเคลื่อนไหวไม่เหมือนอสุจิมนุษย์ของแท้
     ต่อมา มร.แกรฮ์ม ปาร์กเกอร์ บ.ก.สเต็มเซลล์ แอนด์ ดีเวล็อปเม้นต์ ให้สัมภาษณ์นิตยสารวิทยาศาสตร์เนเจอร์ว่า ตัดสินใจถอดบทความอวดอ้างความสำเร็จของดร.คาริมและคณะออก เมื่อตรวจพบว่าเนื้อหาบางส่วนลอกเลียนข้อมูลมาจากนิตยสารชีววิทยา และระบบสืบพันธุ์  'ไบโอโลจี้ ออฟ รีโปรดักชั่น' พิมพ์เมื่อปี 2550

     *ในทางวิชาการ การคัดลอกเนื้อหาจากงานวิจัยผู้อื่นมาใส่ในผลงานตนเองโดยไม่มีการกล่าวอ้างที่มา ถือเป็นความผิดรุนแรง --> นสพ.ข่าวสด 5 สค.52

     สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยจัดแถลงข่าว " Stem Cell กับ ความงาม " เมื่อวันที่ 19 สค.52 เพื่อชี้ให้เห็นอันตรายของการฉีดสเต็มเซลล์จากหมอเถื่อน และหมอดีตามคลินิก เพราะมีคนไข้สอบถามข้อมูลการฉีดสเต็มเซลล์เพื่อรักษาโรค และ เสริมความงาม แต่วงการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอนุญาตให้ใช้สเต็มเซลล์รักษาได้โรคเดียวคือ โรคทางโลหิตวิทยา เช่น โลหิตจาง มะเร็งในเม็ดเลือด ธาลัสซีเมีย ส่วนโรคอื่นห้ามเด็ดขาด

     สเต็มเซลล์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ตายง่ายมาก เก็บรักษายาก และ เสียค่าใช้จ่ายสูง คือ
     1.ต้องอยู่ในที่ปลอดเชื้อตลอดเวลา
     2.ต้องได้รับน้ำเลี้ยงเชื้อ และมีการเปลี่ยนแปลงสม่ำเสมอภายใน 2-3 วัน
     3.ต้องเก็บในบรรยากาศที่มีความชื้น และคาร์บอนไดออกไซด์ 5%
     4.อยู่ในอุณหภูมิประมาณ 37 องศาเซลเซียส เท่าร่างกายมนุษย์

     คนไข้ที่อยากดูอ่อนกว่าวัย และ เสริมความงามด้วยวิธีนี้จึงถูกหลอกให้เสียเงินร่วมล้าน เพราะไม่ได้ผลดังตั้งใจ และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อคนแบ่งตัวไม่หยุดยั้งกลายเป็นเนื้องอกในอวัยวะต่างๆได้เช่นกัน

     ถึงอย่างไรประเทศที่พัฒนาแล้วยังให้ความสำคัญกับโครงการทดลอง และวิจัยสเต็มเซลล์อย่างต่อเนื่องเหมือนการโคลนนิ่งต่อไป..

     *รายละเอียดเพิ่มเติม นสพ.คมชัดลึก 28 สค.52




     ถอนงานวิจัยสร้าง"อสุจิมนุษย์"ม.ผู้ดี ลอกข้อมูลนักวิชาการอื่น! --> นสพ.ข่าวสด 5 สค.52
     อสุจิจากสเต็มเซลล์ --> นสพ.ข่าวสด 17 กค.52

     โศกนาฏกรรมนกเหล็ก จากอดีตถึงวันนี้ --> ผู้จัดการออนไลน์ 5 สค.52
     แกนนำเสื้อแดงซัด"วิษณุ"เบื้องหลังล้มถวายฎีกา ปูดขวางไม่ไหวแผนขั้นสุดท้ายยึดอำนาจ ยัน17ส.ค.ยื่นแน่ --> มติชนออนไลน์ 5 สค.52
      ยื่นถวายฎีการาบรื่น'แม้ว'ซาบซึ้ง --> เดลินิวส์ออนไลน์ 18 สค.52
     --> มติชนออนไลน์ 18 สค.52

 


edit @ 28 Aug 2009 15:14:59 by pinocchio

edit @ 29 Aug 2009 11:48:09 by pinocchio

Comment

Comment:

Tweet


ความจำสั้นแต่รักฉันยาว หนังในความทรงจำอีกเรื่องนึงเลยทีเดียว
#1 by Clepsydra:: At 2009-08-02 10:53,

พิเชษฐ์ ชาญธีระประวัติ
View full profile