Harry-Potter

Harry Potter and The Goblet of Fire,movie script}Thai-subtitled

แฟรงก์ ไบรส์,คนเฝ้าสวน-คอยดูแลคฤหาสน์ตระกูลริดเดิ้ล นากินี,เจ้างูยักษ์เลื้อยออกมาจากหลุมศพในสุสานประจำตระกูลริดเดิ้ล ผ่านทางโรยกรวดรกไปด้วยเศษกิ่งไม้ใบหญ้า เดิมทีคฤหาสน์หลังงามที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขาเหนือหมู่บ้านลิตเติ้ลแฮงเกิลตัน 50 ปีหลังจากเกิดเหตุฆาตกรรมยกครัว ที่แห่งนี้กลับกลายเป็นบ้านร้างน่ากลัว เถาไอวี่ขึ้นปกคลุมตามผนังกำแพง หน้าต่างบางบานมีไม้กระดานตีปิดตาย ชาวบ้านละแวกนี้ไม่เคยเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของนายและนางริดเดิ้ล,เศรษฐีผู้ยโสโอหัง ยิ่ง ทอม ,ลูกชายนั้นก็ไร้มารยาทพอๆกัน
แฟรงก์ ไบรส์,คนสวนของครอบครัวริดเดิ้ลอาศัยอยู่ในกระท่อมตีนเขา ขณะกำลังจุดไฟเตาแก๊สเขาเหลือบมองออกนอกหน้าต่างเห็นแสงไฟสว่างจากห้องชั้น 3 ของคฤหาสน์
" พวกเด็กเลว " แฟรงก์สบถ
ค่ำคืนยามวิกาลเช่นนี้จะมีคนดีๆที่ไหนกันย่องเข้าไปสุมหัวในบ้านร้าง เขาถือตะเกียงเดินงกๆเงิ่นๆไปตามทางลาดชันสู่ตีนบันได เปิดประตูส่องไฟฉายเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ราวกับสำรวจถ้ำ กลิ่นอับชื้นฉุนจมูก เมื่อถึงชานบันไดมีแสงไฟลอดจากบานประตูเปิดแง้มไว้ ทำให้เขาพอมองเห็นผู้บุกรุก
" เจ้าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้ หางหนอน เท่าที่ข้ารู้ ไม่นานมานี้เจ้าเคยอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ หน้าที่ดูแลรับใช้ข้าเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเจ้าใช่มั้ย " เสียงนั้นเยียบเย็น
" โอ๊ย เปล่าๆเลยท่านลอร์ด โวลเดอมอร์ ข้าหมายถึงว่า .. บางทีเราอาจทำได้โดยไม่ต้องใช้เด็กนั่น " ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ เต้นเร่าพยายามแก้ตัว
" ไม่ เด็กนั่นคือทุกอย่าง จะทำโดยไม่มีมันไม่ได้ และเราจะต้องทำอย่างที่ข้าบอกเอาไว้ "
" ท่านจะไม่มีวันผิดหวัง นายท่าน " ชายหนุ่มอีกคนรับอาสา
" ดี ก่อนอื่นต้องรวบรวมพวกเรา ต้องส่งสัญญาณบอกพวกเขา " งูยักษ์เลื้อยขึ้นบันไดผ่านแฟรงก์และประตูเข้าไปในห้องนั้นแล้วชูหัวขู่เสียงฟ่อๆอยู่เหนือเก้าอี้เจ้าของเสียงอันน่าสะพรึงกลัว " นากินี บอกข้าว่ามีคนเฝ้าสวนที่เป็นมักเกิ้ลแก่ๆยืนอยู่ข้างนอกห้องนี้ ถอยไปซิ หางหนอน ข้าจะได้ต้อนรับแขกของเราอย่างเหมาะสม อะวาดา เคดาฟรา ! "
สิ้นเสียงคำสาปพิฆาตบังเกิดแสงสีเขียวสว่างวาบปลิดชีพศัตรู

แฮร์รี่จำเป็นต้องขู่ลุงเวอร์นอนว่าจะรายงาน ซิเรียส หากเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ไปดู ควิดดิชเวิลด์คัพตอนปิดภาคเรียนกับครอบครัววีสลี่ย์ ครั้นมาถึงบ้านโพรงกระต่ายเขาฝันเห็นชายแก่มีหน้าที่เฝ้าคฤหาสน์หลังโทรมๆล้มตัวฟาดพื้นสิ้นใจตาย ลอร์ดโวลเดอมอร์ กับ ปีเตอร์ กำลังวางแผนฆ่าเขา โดยมีชายหนุ่มลึกลับคอยช่วยเหลือ แฮร์รี่พลิกตัวนอนหงาย หายใจหอบรัวเร็ว
"แฮร์รี่ ๆ เป็นอะไรไป " เฮอร์ไมโอนี่ปลุก
แฮร์รี่ผวาตื่นจากภวังค์รีบคว้าแว่นตา " เฮอร์ไมโอนี่ แค่ฝันร้ายน่ะ เธอมาถึงเมื่อไหร่ "
" เดี๋ยวนี้ เธอล่ะ "
" เมื่อคืน " แฮร์รี่รู้สึกว่าฝันประหลาดนั้นช่างสมจริงเหลือเกิน
รอนนอนหลับอุตุอยู่จึงถูกเฮอร์ไมโอนี่ตะโกนเรียก " ตื่นซิๆ โรนัลด์ จริงๆเลย แต่งตัวซะแล้วห้ามกลับไปนอนต่อนะ "
" โอ๊ยให้ตายสิ " รอนรีบดึงผ้าห่มคลุมอก(ขี้อาย)
แฮร์รี่ลุกขึ้นนั่งใช้มือกุมหน้าผาก แผลเป็นรูปสายฟ้าฟาดออกอาการปวดแสบปวดร้อน เจ็บปวดขึ้นมาทันใด
" เร็วเข้า รอน แม่เธอบอกว่าอาหารเช้าพร้อมแล้ว " เฮอร์ไมโอนี่ย้ำ

ผู้เสพความตายปรากฏตัวพร้อมตรามารเพื่อแสดงว่าเจ้าแห่งศาสตร์มืดจะกลับมายิ่งใหญ่

เด็กๆจำใจตื่นแต่เช้า หน้าซีดงัวเงียรีบเข้าห้องน้ำและแต่งตัว แบกเป้สะพายหลังเดินทางออกจากบ้าน อากาศภายนอกหนาวเย็นยะเยือก ดวงจันทร์ยังคงห้อยค้างอยู่บนฟ้าใกล้เนินสโต๊ทส์เฮด
" รอน เรากำลังไปไหนกันเนี่ย " แฮร์รี่
" ม่ายรุ " รอนบอกแฮร์รี่แล้วส่งเสียงถามบิดา " พ่อครับเราจะไปไหนกัน "
" ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตามมาเถอะ " อาเธอร์
" อาเธอร์ เกือบมาไม่ทันแล้ว " ชายชรารูปร่างสูงโปร่งเดินมาบรรจบ
" โทษที เอม็อส พวกเราบางคนยังลืมตาไม่ขึ้นน่ะ(รอนหาว) ทุกคนฟังนี่ เอม็อสดิกกอรี่ ทำงานอยู่กับฉันที่กระทรวง(กองออกระเบียบ และ ควบคุมสัตว์วิเศษ .. เด็กหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลงมาจากต้นไม้)หนุ่มหล่อล่ำนี่คงเป็น เซดริก เดาถูกมั้ย " อาเธอร์ วีสลี่ย์
" ใช่ครับ " รีบเช็คแฮนด์กับนายวีสลี่ย์
เซดริกอายุ 17 ปี เป็นหัวหน้าทีมและผู้เล่นในตำแหน่งซีกเกอร์ของทีมควิดดิชประจำบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่ฮอกวอตส์เฮอร์ไมโอนี่ส่งสายตาบอกจินนี่ขณะตะลึงความโคตรหล่อ " ทางนี้ "
" เคราเมอร์ลินเป็นพยาน เธอคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ แน่ๆ " เอม็อสจ้องรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าฟาดเขม็ง
" ใช่ครับ "
" เยี่ยม..! ยินดีที่ได้พบ " เอม็อสส่งมือเช็คแฮนด์แฮร์รี่
" ยินดีที่ได้พบเช่นกัน " แฮร์รี่รู้สึกว่าถูกเขย่ามือแรงขึ้นอีก

" ใช่ มันอยู่ตรงนั้นเอง ไปหรือยัง " อาเธอร์
" ไปเลย เราไม่อยากจะไปสาย " เอม็อส
" เร็วเข้าเกือบถึงแล้ว ยืนกันให้ดีๆนะทุกคน " อาเธอร์
" ทำไมพวกเขาถึงต้องยืนล้อมรองเท้าบู๊ตเก่าๆด้วย " แฮร์รี่สงสัย
" มันไม่ใช่รองเท้าบู๊ตเก่าๆ เป็น กุญแจนำทาง " เฟร็ด กับ จอร์จ ตอบพร้อมกัน
" ถึงเวลาแล้ว " อาเธอร์นำทุกคนก้มลงยืนล้อมวงรอบกุญแจนำทางแล้วเอามือแตะ
" กุญแจนำทางอะไร? " แฮร์รี่ข้องใจ
" พร้อมกันนะ ฉันจะนับ 3 ..1 2 ("แฮร์รี่" อาเธอร์เรียกสติ)3 " เอม็อส นับ
แรงเหวี่ยงมหาศาลดันลำตัวและเท้าของทุกคนลอยสูงขึ้นจากพื้น ไหล่กระทบกันก่อนพุ่งไปข้างหน้า ทะลวงสายลมครวญคราง และสีสันหมุนคว้าง นิ้วชี้ของพวกเขาจิ้มติดกับรองเท้าบู๊ตราวกับถูกแม่เหล็กดูด
" ปล่อยมือได้เด็กๆ " เอม็อส
" อะไรนะ " แฮร์รี่
" ปล่อยมือ " อาธอร์บอก
คุณลองนึกภาพนักดิ่งพสุธาแหวกว่ายอากาศมาจับมือกันเป็นวงกลมแล้วสลายตัว ต่างลอยเป็นอิสระไปคนละทิศละทาง เด็กๆล้มลงหงายหลังตอนลงพื้น กุญแจนำทางหล่นพลั่กเฉียดศีรษะแฮร์รี่ มีเพียง อาเธอร์ เอม็อส และ เซดริก ปล่อยตัวเบาๆย่างกรายลงมาจากท้องฟ้า
" พนันได้ว่าช่วยทำให้จมูกโล่งจริงมั้ย " อาเธอร์
" ชุดยับเยินทุกทีเลย " เซดริกยื่นมือฉุดแฮร์รี่ลุกขึ้น
" ขอบใจ " แฮร์รี่

ภายในเต็นท์กว้างใหญ่กว่าที่เห็นภายนอก บริเวณทุ่งร้างกว้างใหญ่และมีม่านหมอกปกคลุมอยู่ซ่อนเต็นท์นับร้อยนับพันตั้งเรียงกันตามแนวลาดชันยาวจดป่ามืดทึม โอบล้อมสนามกีฬาขนาดยักษ์ พ่อมดแม่มดหลั่งไหลมาจากทุกสารทิศเพื่อจับจองที่พัก และตีตั๋วเข้าชมการแข่งขันกีฬาครั้งประวัติศาสตร์
" ว๊าว ดูโน่นสิ " เฮอร์ไมโอนี่ตะลึง
" พวกเด็กๆ ขอต้อนรับสู่ควิดดิชเวิลด์คัพ " พ่อมดสวมชุดแฟนซียืนอยู่หน้างานกล่าว บรรยากาศคล้ายงานชุมนุมอะไรสักอย่าง มีการละเล่นของพวกเพี้ยนๆเลียนแบบมักเกิ้ล เช่น โยนลูกบอล 3 ลูกสลับกันรับด้วยสองมือ พ่นไฟ ดนตรีเปิดหมวก .. เพ้นต์หน้ารูปธงชาติ
" อยู่รวมกันไว้ เร็วเข้าสาวๆ " อาเธอร์
" ดีจัง " จินนี่
" เร็วเข้า ตามมาสาวๆ ให้ตายสิ " อาเธอร์และคนใกล้ๆก้มศีรษะหลบนักกีฬาขี่ไม้กวาดฉวัดเฉวียนร่อนต่ำ
"ฉันว่าเราควรแยกกันนะพี่ชาย " เอม็อส
" เจอกันที่สนามแข่งขัน "อาเธอร์
" เซดริก ไปเถอะ " เอม็อสบอกลูกชาย
" แล้วเจอกันนะ เซดริก " อาเธอร์

เต็นท์พ่อมดตั้งเรียงเป็นแถวยาวเหยียดในท้องทุ่งท่ามกลางไอหมอก มองดูคล้ายของมักเกิ้ลแต่พ่อมดขี้โอ่ชอบตกแต่งอะไรแปลกประหลาดกว่าใครอื่น เช่นเพิ่มปล่องไฟ เสาบอกทิศทางลม นาฬิกาแดด สายดึงกระดิ่ง .. ทำสวนในอ่างน้ำ มีนกกระสา ปลาทอง น้ำพุจำลอง อาเธอร์เรียกเด็กๆมาริมชายป่าสุดปลายทุ่ง
" อ้า บ้านอันแสนอบอุ่น " อาเธอร์หยุดอยู่หน้าเต็นท์ขนาดเล็กกะโปโลสักครู่ แล้วมุดเข้าไปเช่นเดียวกับ เฟร็ด จอร์จ จินนี่ เฮอร์ไมโอนี่ และ รอน ตามลำดับ
ส่วนแฮร์รี่หยุดอยู่หน้าเต็นท์เล็กๆหลังนั้นชั่วขณะ เขาได้ยินเสียงคนอื่นๆพูดเล็ดลอดออกมาท่าทางสนุก " อะไรน่ะ "
" เยี่ยมมากสำหรับห้องน้ำ " เฮอร์ไมโอนี่เปรย " จินนี่ ดู ดูสิ "
" สาวๆเลือกที่นอนแล้วจัดของ รอน ออกมาจากครัวเดี๋ยวนี้ เราก็หิวกันทุกคน " อาเธอร์
" ใช่ ออกมาจากครัวซะรอน " คู่แฝดว่าพลางรีบเอาเท้าลงจากโต๊ะก่อนอาเธอร์จะอบรมมารยาท
แฮร์รี่ย่อตัวมุดเข้าไปในเต็นท์บ้าง แล้วเขาก็อ้าปากตาค้างราวเดินเข้ามาในแฟลตโบราณขนาด 3 ห้องนอน มีห้องน้ำและครัวครบครัน " ฉันชอบเวทมนตร์จัง "

สนามกีฬาดูคล้ายชามอ่างยักษ์จุผู้ชมได้หนึ่งแสนที่นั่งพ่อมดแม่มดกำลังเข้านั่งประจำที่ในชั้นบ็อกซ์ไล่ตามลำดับความสูงอัฒจันทร์ พื้นสนามปลูกหญ้าเทียมสีเขียวสด สุดปลายแต่ละข้างมีเสาสูง 15 เมตร พร้อมห่วงจำนวน 3 เสา สกอร์บอร์ดขนาดมโหฬารมีโฆษณาอักษรวิ่ง ไม้กวาด-น้ำยาวิเศษ ปัดฝุ่น-ชำระคราบสกปรกทันใจ .. และห้องเสื้อแกลดแร็กส์ สาขา ลอนดอน ปารีส ฮอกมี้ด
" เชิญซื้อสูจิบัตรควิดดิชเวิลด์คัพ 5 ซิกเกิ้ลเท่านั้น "
" ให้ตายสิพ่อที่นั่งเราอยู่สูงแค่ไหน " รอน
" คือพูดแบบนี้ก็แล้วกัน ถ้าฝนตกเราจะรู้ก่อนใคร " ลูเซียส มัลฟอย คุยข่ม,เย้ยหยันครอบครัววีสลี่ย์อยู่ในที
" ฉันกับป๋าจะนั่งในชั้นของรัฐมนตรี เราได้รับเชิญเป็นการส่วนตัวจาก คอร์นีเลียส ฟัดจ์เองเลย " มัลฟอยน้อยเสริม
" อย่าคุยโว เดรโก(ใช้มือทุบหน้าอก) ไม่จำเป็นสำหรับคนพวกนี้ " ลูเซียสใช้ตะขอไม้เท้าเกี่ยวเสื้อรั้งตัวแฮร์รี่มาคุยด้วย " ขอให้ดูสนุกนะ เท่าที่ทำได้ "

ผู้ชมโห่ร้องปรบมือเกรียวกราว ปล่อยลูกโป่งสีเขียว-ขาว ต้อนรับนักกีฬาทีมชาติไอร์แลนด์ พวกเขาขี่ไม้กวาดพุ่งเร็วราวจรวดปล่อยควันไปรอบๆสนาม ฝูงชนครางฮือฮาตอนพลุระเบิดสายรุ้งเผยให้เห็นตัว แชมร็อก (มาสคอต)ตุ๊กตาขนาดยักษ์เต้นเริงร่าอยู่กลางอากาศ เลเปรอคอน โปรยเหรียญทองไปทุกสารทิศแล้วสลายไป
" ขึ้นมาเลย นั่งลงซะ บอกแล้วไงว่ามันคุ้มค่าที่ต้องรอคอย เอาเลย " เฟร็ด
" ทีมไอริช นั่น ทรอย ไง " จอร์จ
" และ มัลเลต " รอน
" โมแรน ด้วย " แฮร์รี่
นักกีฬาทีมชาติบัลแกเรียขี่ไม้กวาดเข้ามาบ้าง กองเชียร์ยกแผ่นแปรอักษรต่อกันแสดงภาพโปรเจ็กเตอร์ของ ซูเปอร์สตาร์ วิกเตอร์ ครัม ในท่าชูกำปั้นกระหายชัยชนะ
" ขอทักทาย และ ต้อนรับ พวกบัลแกเรีย มาแล้ว " โฆษกสนามประกาศ
" ใช่ ใครน่ะ " จินนี่
" นั่นเป็น วิกเตอร์ ครัม ซีกเกอร์มือดีที่สุดในโลก " จอร์จบอก
" ครัม ครัม ! "เสียงผู้ชมตะโกนขานชื่อ
" สวัสดีทุกท่านในฐานะ รมต.กระทรวงเวทมนตร์ .. ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับพวกท่านทุกคนในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศควิดดิชเวิลด์คัพครั้งที่ 422 เริ่มการแข่งขันได้แล้ว..! " คอร์นีเลียส ฟัดจ์ ชักไม้กายสิทธิ์ชี้ไปที่ลำคอตนเอง เปล่งเสียงเอคโค่กลบเสียงอึกทึกทั้งอัฒจันทร์

อาเธอร์บอกลูกๆ,เฮอร์ไมโอนี่ และ แฮร์รี่ รีบออกไปจากเต็นท์เข้าไปหลบในป่า ผลการแข่งขันไอร์แลนด์ชนะบัลแกเรีย 170:160 คว้าแชมป์ควิดดิชเวิลด์คัพสำเร็จ ถึงแม้ วิกเตอร์ ครัม ,ซีกเกอร์ทีมบัลแกเรียจะจับลูกสนิชได้ก่อน เอเด็น ลินช์ ,ทีมไอร์แลนด์ คะแนนก็ไล่ไม่ทัน จบเกมในที่สุด มุขหลอกรอนสกี้ ของ ครัม ใช้ได้ผลเป็นครั้งที่ 2 ท่าทิ้งตัวดิ่งพสุธาทำให้ ลินช์ บี้แบนติดดิน
เฟร็ด กั บจอร์จ ชนะพนัน ลูโด้ แบ็กแมน พวกเขากับน้องๆเดินปะปนกับฝูงชนที่หลั่งไหลออกจากอัฒจันทร์กลับไปยังที่ตั้งแคมป์ เสียงร้องเพลงเอะอะลอยมาตามลมยามราตรี พอถึงเต็นท์ไม่มีใครอยากเข้านอนท่ามกลางเสียงอึกทึกดังรอบตัว
" ไม่มีใครเทียบเท่าครัม " รอน
" ครัม ครัม งี่เง่า " เฟร็ด/จอร์จ
" เขาเหมือนนกโผบิน และ ร่อนในสายลม เขาเป็นมากกว่านักกีฬา " เฟร็ด/จอร์จเอาธงเขียวคลุมหัวรอน
" เขาเป็นศิลปิน " รอนปลื้มไม่เลิก
" ฉันคิดว่าพี่มีความรักนะ รอน " จินนี่แซว
" หุบปาก " รอนยั้วน้องสาว
" วิกเตอร์ ฉันรักเธอ .. " เฟร็ด/จอร์จครวญเพลงอ้อยสร้อย
" เมื่อเราต้องห่างกันหัวใจฉันเต้นไหวเพียงเพื่อเธอ " แฮร์รี่ร้องต่อ
" เสียงเหมือนพวกไอริชกำลังฉลองชัยชนะ " เฟร็ดว่า
" หยุด หยุดนะ ไม่ใช่พวกไอริช เราต้องออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้..! " อาเธอร์พรวดพราดเข้ามาในเต็นท์
เสียงร้องเพลงเงียบหายกลายเป็นเสียงหวีดร้องและเสียงฝีเท้าคนวิ่งครึกโครม
" รีบออกมา ผู้เสพความตาย " เสียงตะโกนลั่นของผู้คนภายนอก
อาเธอร์สั่ง " ทุกคนกลับไปที่กุญแจนำทางแล้วรวมกลุ่มกันไว้ เฟร็ด จอร์จ รับหน้าที่ดูแล จินนี่ ด้วย ไป !! "

ผู้เสพความตาย,สาวกลอร์ดโวลเดอมอร์ สวมหน้ากาก ใส่หมวกทรงแหลมสูง อาละวาดหลังจบการแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพ

พ่อมดกลุ่มใหญ่ในชุดคลุมสีดำ,สวมหน้ากาก และหมวกทรงกรวยแหลม มือถือไม้กายสิทธิ์เสกลูกไฟถล่มเต็นท์พังพาบ แสงจากกองไฟลุกไหม้เป็นหย่อมๆเผยให้เห็นผู้คนที่หวาดกลัวรีบวิ่งหนีเข้าไปในป่า
" แฮร์รี่ เร็วเข้า " เฮอร์ไมโอนี่
แฮร์รี่พลัดหลงจากเพื่อนๆใครบางคนชนเขาล้มลงแน่นิ่ง พื้นที่แถบนั้นเตียนโล่ง ผ้าเต็นท์และผืนหญ้ากระจุย ควันไฟหลังการเผาไหม้ลอยวน ชายหนุ่มในชุดเสื้อหนังสีดำยกไม้กายสิทธิ์ เสกคาถา " เดดสะมอเร่ ! "
ลำแสงสีเขียวมรกตพุ่งขึ้นเหนือยอดไม้ ขยายตัวเหนือท้องฟ้ากลายเป็นรูปกะโหลกผีขนาดยักษ์ มีงูเลื้อยออกมาจากปาก เปล่งแสงระยิบระยับราวกลุ่มดาว ลอยสูงขึ้น ๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องสยองขวัญระงมไปทั้งป่า
แฮร์รี่ฟื้นคืนสติ ลืมตา มองเห็นชายหนุ่มลึกลับจึงตะกายตัวลุกหนี หมอนั่นคิดจะตามล่าพอเห็นเพื่อนๆของแฮร์รี่เลยเผ่นแน่บ
" แฮร์รี่เธออยู่ไหน?" เฮอร์ไมโอนี่
" แฮร์รี่เราตามหานายอยู่ตั้งนาน นึกว่าจะไม่เจอแล้ว " รอน
" อะไรน่ะ " แฮร์รี่จ้องมองกะโหลกผีนีออน รู้สึกเจ็บแปลบที่รอยแผลเป็นบนหน้าผากทันใด

" สตูเปฟาย..! " เสียงร่ายคาถาจากพ่อมดยืนล้อมวงกินโต๊ะ รัศมีลำแสงสีแดงเพลิงพุ่งสู่จุดศูนย์กลางเฉียดศีรษะ แฮร์รี่ ตอนก้มตัวลงโอบไหล่ เฮอร์ไมโอนี่ และ รอน ติดพื้น
" หยุดนะ นั่นลูกผม รอน แฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ ไม่เป็นไรใช่มั้ย ไปกันเถอะเด็กๆ "อาเธอร์มาทันเวลา
" พวกมันมาเอาตัวแฮร์รี่ " รอน
" ใครเป็นเสก ตรามาร นั่น " บาร์ตี้ เคร้าช์ ยังไม่ปักใจเชื่อ(คิดว่าพวกเด็กๆเป็นตัวป่วน)
" เคร้าช์ คุณคงไม่คิดว่า.. " อาเธอร์
ใบหน้าเคร้าช์เคร่งเครียด " อย่าโกหก พวกเธอทุกคนถูกจับได้ในที่เกิดเหตุ "
" ห่ะ-เหตุ " แฮร์รี่ขยับปาก
" บาร์ตี้ พวกเขายังเด็ก " อาเธอร์เตือน
" เหตุอะไร? " เคร้าช์
" นั่นคือตรามาร แฮร์รี่ สัญลักษณ์ของเขา " เฮอร์ไมโอนี่กระซิบ
" โวลเดอมอร์ พวกที่ใส่หน้ากากในคืนนี้เป็นพวกเขาด้วยใช่มั้ย สาวก ของเขา " แฮร์รี่คราง
" ใช่ ผู้เสพความตาย " อาเธอร์
" ตามฉันมา " เคร้าช์บอกพ่อมดแม่มดจากกระทรวง
" มีผู้ชายอีกคนเมื้อกี้ นั่นไง " แฮร์รี่ระล่ำระลัก
" ทุกคน ทางนี้ " เคร้าช์กับสมัครพรรคพวกเดินไปตามทิศที่แฮร์รี่ชี้นิ้ว
" ผู้ชายเหรอ แฮร์รี่ ใคร? " อาเธอร์ซัก
" ผมไม่รู้ ผมไม่เห็นหน้าเขา " แฮร์รี่




อ่านต่อบทที่ 2 >>

web pageCho Chang


edit @ 2007/02/01 22:06:54

War and Peace(1956):สงคราม และ สันติภาพ

     เจ้าชายวาซีลีวิ่งเต้นให้ปิแอร์เข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศและได้ตำแหน่งอำมาตย์เอก เพื่อปิแอร์ต้องเดินทางไปเปโทรกราดเสมอๆ แล้วพักที่บ้านของเขา มีโอกาสสนิทสนมเฮเลน ,บุตรสาวของตน จากนั้นจะได้แต่งงานรวมทองเป็นแผ่นเดียวกัน ตั้งแต่ปิแอร์(ส้มหล่น)กลายเป็นเคานต์เบซูฮอฟ,เศรษฐีมรดกไม่ทันข้ามคืน ก็มีผู้คนมากหน้าหลายตามาเยี่ยมถึงที่พำนัก แต่ก่อนแต่ไรแขกพวกนี้แม้เพียงชื่อของเขาก็ไม่อยากจะได้ยินเสียด้วยซ้ำ พวกหนึ่งมาติดต่อราชการ บ้างก็มาในฐานะเครือญาติ และบางพวกเป็นคนรู้จักชอบพอ
     คนเหล่านี้พยายามทำดี(ประจบสอพลอ)กับปิแอร์ทั้งนั้น ปิแอร์ไม่เคยพบพานลักษณะอย่างนี้มาก่อน เขารู้สึกว่าไม่ค่อยมีเวลาว่างนอกจากนอนหลับพักผ่อน เซ็นหนังสือเสร็จก็ออกตรวจพื้นที่ และรับรองแขกเหรื่อที่มาหาเขามิได้ขาดโดยมีเจ้าชายวาซีลีเป็นที่ปรึกษา บรรดาชายโสดร่วมสมาคมกับปิแอร์ในกรุงเปโทรกราดเหลือนับได้ไม่กี่คน กองพลรักษาพระองค์เดินทางเข้าสู่สนามรบ โดโลฮอฟ ถูกถอดยศลงเป็นพลทหาร อนาโตลี ไปราชการอยู่ในกรมทหารหัวเมือง อังเดร อยู่ประจำแนวหน้า ปิแอร์จำต้องรับเชิญไปงานปาร์ตี้เต้นรำตามบ้านต่างๆแทนที่จะเมาหัวราน้ำในคลับ

     งานเลี้ยงสังสรรค์ยามเย็นที่บ้านคุณนาย แอนนา ปาฟลอฟนา เชแรร์ ยังคงรูปแบบเดิมๆ มีนักการเมืองจากกรุงเบอร์ลินนำข่าวพระเจ้าแผ่นดินรัสเซียและปรัสเซียทรงทำสัตยาบรรณเป็นพันธมิตรช่วยกันปราบศัตรูของพระผู้เป็นเจ้า(นโปเลียน ,แอนตี้-ไครสต์) คุณนายแอนนาทำตัวเป็นแม่สื่อให้ เฮเลน เกี่ยวดองกับ ปิแอร์ บุตรีเจ้าชายวาซีลีแต่งกายยั่วยวน เปิดเนินอกเปลือยแผ่นหลัง พรมน้ำหอมทั้งตัวจนปิแอร์อดรู้สึกหลงใหลในความงามของหล่อนมิได้ กลับถึงบ้านปิแอร์นอนไม่หลับครุ่นคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา เด็กหญิงคนที่เขาเคยเห็นมาแต่เล็ก เธอเติบโตเป็นสาวสวยแต่โง่บริสุทธิ์อย่างนี้ละหรือจะมาเป็นภรรยาของเขา มีเรื่องนินทาว่าหล่อนเคยรัก อนาโตลี ,พี่ชายแท้ๆฉันท์ชู้สาวด้วย

     พฤศจิกายน คศ. 1805 เจ้าชายวาซีลีมีกำหนดการเยือน 4 มณฑลจึงสบโอกาสแวะพาอนาโตลี,บุตรชายไปหาเคานต์นิโคไล อันเดรเยวิช บอลกอนสกี้ เพื่อพูดจาสู่ขอ แมรี่ มาเป็นลูกสะใภ้ ก่อนออกเดินทางวาซีลีจำต้องตกลงกับปิแอร์ให้เด็ดขาดเพราะจนป่านนี้ปิแอร์ไม่มีทีท่าจะขอแต่งงานกับเฮเลนเลย แรกทีเดียวปิแอร์คิดว่า การแต่งงานกับเฮเลนเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เขาคงไม่มีความสุขอะไรขึ้นมา ยิ่งปิแอร์พยายามปลีกตัวออกห่าง เฮเลนยิ่งเข้ามาแนบชิดเอาใจปิแอร์ด้วยความอ่อนหวานละมุน และรอยยิ้มละมัย ในวันคล้ายวันเกิดเฮเลนนั่นเองที่ปิแอร์ถูกคลุมถุงชน งานเลี้ยงจัดเป็นพิธีรีตรองเชิญแขกเหรื่อมารับประทานอาหารค่ำพร้อมญาติพี่น้อง คล้ายสักขีพยายานงานแต่งงานกลายๆยากที่ปิแอร์จะปฏิเสธ

     ปิแอร์แต่งงานกับเฮเลนแล้วปลูกเรือนหอที่กรุงเปโทรกราด เขามีความสุขกับภรรยาแสนสวยและห้อมล้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติมีค่าหลายล้าน

     " บอกเจ้าม้าโง่นั่นให้หยุดสะบัดหัวซะที ฉันไม่มีทางวาดเสร็จแน่ " นาตาชา
     " แกได้ยินเธอพูดแล้วหยุดสะบัดหัวซะที " เพ็ทย่าเด็กชายวัยสิบขวบ
     " เห็นมั้ยสัตว์มีเหตุผลกว่าคนเยอะเลย " นาตาชาแลเงาเก็บรายละเอียดภาพต่อ
     " ผมให้ 1 ล้านรูเบิลวาดรูปหน้าของผมหน่อยได้มั้ย แต่คุณต้องวาดให้ผมดูดี อย่างน้อยก็พอๆกับม้านะ " ปิแอร์มายืนเกาะราวรั้วไม้(คอกม้า)ใกล้กับนาตาชา
     " ไม่ยุติธรรมนะคะที่ดูมันก่อนที่มันจะเสร็จ ดูไม่น่าออกมาดีเลยนะคะ "
     " ใช่แล้ว "
     " ไม่ต้องรีบเห็นด้วยขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นงานศิลปะ พ่อซื้อลูกม้าตัวนี้มาให้ นิโคลัส  ตอนกลับจากสงคราม ฉันจะส่งรูปไปให้เขาดูว่ามันมีลักษณะยังไง "
     " วาดเสร็จรึยัง " เพ็ทย่าดึงเชือกคอม้าจนเมื่อย พอนาตาชาบอกว่าเสร็จแล้วเขารีบกระโดดขึ้นอานควบมันไปกลางทุ่ง " ลุย ไปเร็ว ! "
     " ได้ข่าวจากนิโคลัสบ้างมั้ย " ปิแอร์
     " จดหมายส่งตรงถึงพ่อค่ะ ไม่ใช่ฉัน ผู้ชายมักลืมผู้หญิงเวลาอยู่ในสงคราม "
     " ผู้ชายไม่ลืมหรอก เด็ก ผู้ชายสิลืม "
     " นิโคลัสได้ยินคงโกรธมากแน่ เขาคงท้าคุณดวลเลยละ "
     " มันเป็นเหตุผลที่ดีกว่าเหตุผลส่วนใหญ่ "
     " เหตุผลที่เขาเขียนมาก็เพื่อขอเงินเพิ่ม เขาให้เงินผู้กองที่เล่นไพ่เสียยืมไป ผู้กองคนนั้นฟังดูเหมือนพ่อเลย เขาชื่อ เดนิซอฟ หนวดของเขายาวเฟื้อยมาถึงนี่เลย เขาพูดเสียงไม่ชัดและก็กล้าหาญที่สุดในโลก นิโคลัสบอกว่าเขาสนุกมากทีเดียว และเราก็จะชนะสงครามเร็วๆนี้ เขาเริ่มรู้สึกสงสาร นโปเลียน แล้ว "
     เพ็ทย่าใช้ไม้หวดก้นม้าควบผ่านมา " ฆ่ามันเร็วเข้าทหาร เจอนี่ซะ เร็วเข้าลุย "

     " ไม่ต้องสงสัยเลยปิแอร์ สงครามต้องสนุกมากแน่ ฉันต้องเขียนมันไว้ในรายชื่อ "
     " รายชื่ออะไร?" ปิแอร์จับแขนนาตาชาขณะปีนรั้วไม้ข้ามมา
     " รายชื่อความสนุกสนานที่สุดของมนุษย์ เรียงตามลำดับความสำคัญ ฉันมองข้ามสงครามไปแล้วความสนุกสนานอย่างอื่นล่ะ โอเปร่า มิตรภาพชั่วนิรันดร ช่วงเวลาฤดูร้อน เต้นรำมาเซอร์ก้า ชนบทในฤดูใบไม้ผลิ และการต้อนรับทหารกลับบ้าน คุณมีอะไรแนะนำมั้ย "
     " ขอคิดก่อนนะ หากสามารถเชื่อมั่นในพระเจ้าจะทำให้มีความสุข รัก .. "
     " รัก ดุจ ซอนย่า รักกับ นิโคลัส ทุกเช้าเธอร้องไห้เป็นชั่วโมงเลย "
     " คุณไม่คิดที่จะ รัก เลยเหรอ " ปิแอร์ทอดอารมณ์
     " บ่อยเลยล่ะแต่เพื่อความสำราญเท่านั้น และฉันก็เปลี่ยนคู่เหมือนเต้นรำเลย ในที่สุดฉันก็พูดว่า ฉันรักคุณ กับผู้ชายที่ฉันรักจริงๆ มันก็จะเหมือนนายพลที่พ่ายแพ้ ยอมจำนน และมอบดาบให้กับศัตรูของเขา "
     " คุณจะเปลี่ยนไป "
     " ตอนยังเด็กใครๆก็บอกคุณอยู่ตลอดเวลาว่าคุณจะเปลี่ยนไป คืนนี้คุณจะกินอาหารเย็นกับเรารึเปล่า "
     " คงไม่ได้ผมมีนัดแล้ว "
     " อ๋อเหรอกับใครคะ "
     " ญาติผม เจ้าหญิงเฮเลน "
     " ตอนฉันโตขึ้นฉันอยากเป็นเหมือนเธอ " นาตาชาปรับอานม้าให้เข้าที่ ปิแอร์ช่วยดันตัวเธอขึ้นคร่อม " แต่ฉันต้องทำให้เนินแถวๆนี้เอิบอิ่ม(หน้าอก) สูง หยิ่ง สวย เยือกเย็น และ ไม่มีใครแตะต้องได้ มีทหารหลายกองพลสยบอยู่แทบเท้าฉัน "
     " ผมจะแต่งงานกับเธอ(เฮเลน) นาตาชา "
     " ใจเย็นๆ(นาตาชาตบแผงคอเมื่อม้าคำราม) ใครรับมอบดาบของเขา(บิดาปิแอร์)คะ คุณหรือเธอ ขอให้มีความสุขนะ ปิแอร์ที่รัก (ก้มลงหอมแก้มหนุ่มใหญ่) ฉันจะสั่งให้คุณมีความสุขที่สุด " นาตาชาควบม้าวิ่งจากไปลับสายตา ..

     ตุลาคม คศ.1805 กองทหารรัสเซียกรีฑาทัพออกไปต่อสู้กับทหารฝรั่งเศสนอกเขตมาตุภูมิ กองบังคับการสนามแม่ทัพ คูตูซอฟ ตั้งอยู่ในป้อม เบราเนา พร้อมกระจายข่าวว่าท่านแม่ทัพจะตรวจพล นายทหารชั้นผู้บังคับกองพันประชุมกันตกลงให้ทหารแต่งกายเต็มยศ ทำให้เกินไว้ก่อนดีกว่าขาด เป็นอันว่าทหารไม่ได้พักผ่อน ตลอดคืนมีการเย็บปะชุนเสื้อผ้าเครื่องแบบ ขัดโลหะ,รองเท้าหนังเป็นมันวาว รุ่งเช้านายทหารคนสนิทจากกองบังคับการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมว่าท่านแม่ทัพต้องการดูกรมทหารในเสื้อกันหนาวคลุมธรรมดา บรรดาผู้บังคับการกรมซึ่งกำลังชื่นชมเครื่องแบบเหล่าทหารตั้งแถวเตรียมสวนสนามต่างก้มหน้าละห้อย อีกชั่วโมงเดียวท่านแม่ทัพจะมาถึงไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนชุดทันหรือไม่

     คูตูซอฟเดินตรวจแถวช้าๆเมื่อถึงกองร้อยที่ 3 ท่านนิ่งเพ่งพินิจใบหน้าพลทหาร อังเดรบอกว่าชื่อ โดโลฮอฟ เคยเป็นทหารสัญบัตรแต่ทำผิดวินัยจึงถูกถอดยศ คูตูซอฟเปรยว่าสิ่งนี้คงเป็นบทเรียนสำหรับโดโลฮอฟ เขาควรแก้ตัวด้วยการรับผิดชอบในหน้าที่ และจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์แห่งประเทศรัสเซียยิ่งขึ้น

     ท่านแม่ทัพกลับจากตรวจกรมทหารตรงมายังที่ตั้งกองบังคับการและเดินเข้าไปในห้องหนังสือ ประชุมร่วมกับสมาชิกสภาการสงครามแห่งออสเตรีย นายพลออสเตรียเกี่ยงให้รัสเซียเป็นฝ่านแสดงฝีมือรบพุ่งบ้างเพราะเข้าใจว่านายพล มาค คงได้รับชัยชนะเหนือฝรั่งเศสในการรบที่ อุล์ม คูตูซอฟถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่นายพลออสเตรียได้รับรายงานล่าช้าและประเมินสถานการณ์ผิดพลาด จดหมายฉบับสุดท้ายของ เอร์ซ เฮริซอก เฟร์ดินานด์ เขียนเป็นภาษาเยอรมันถึงนายพลออสเตรียความว่า ฝ่ายออสเตรียรวมพลได้ 7,000 นายพร้อมจะเข้าโจมตีข้าศึก(ฝรั่งเศส)ตอนข้ามลำน้ำ เลค ได้ หวังว่ากองทัพรัสเซียคงเร่งมาสมทบทันบดขยี้ศัตรูให้สิ้นซาก  เพราะนายพลมาคยึดอุล์ม,จุดยุทธศาสตร์สำคัญได้แล้ว คูตูซอฟสั่งอังเดร,นายทหารคนสนิทไปรวบรวมข่าวทั้งหมดจาก คอสลอฟสกี้ ปรากฏข่าวลือก่อนหน้านี้ว่ากองทัพออสเตรียแตกและยอมแพ้ที่อุล์มทำท่าจะเป็นเรื่องจริง กระทั่งเห็นนายพลมาคเข้ามากองบังคับการในสภาพพ่ายแพ้หมดรูป คูตูซอฟตะลึงงันบัดนี้ถึงเวลารัสเซียเผชิญหน้ากับฝรั่งเศส อังเดรจินตนาการถึงยุคต่อจาก ซูวอรอฟ ,แม่ทัพรัสเซียเคยทำสงครามครั้งใหญ่กับฝรั่งเศส แค่นั้นก้ทำให้เขารู้สึกครั่นคร้ามในพระปรีชาสามารถของ โบนาปาร์ต ยิ่งนัก

     นโปเลียน โบนาปาร์ต นำกองทัพฝรั่งเศสไพร่พลประมาณ 100,000 นาย รุกไล่กองทหารรัสเซีย 35,000 นายในบังคับบัญชาแม่ทัพเบซูฮอฟ รัสเซียตกอยู่ในฐานะลำบากอาหารการกินขาดแคลนแถมยังไว้ใจราษฎรท้องถิ่นไม่ได้ หมดหวังความช่วยเหลือจากสัมพันธมิตรตั้งแต่กองทหารของ มาค ถูกนโปเลียนตีแตกที่อุล์ม ณ เวลานี้กองทหารรัสเซียล่าถอยไปตามลุ่มน้ำดูนายอย่างยากเย็นแสนเข็ญ กองระวังหลังมีหน้าที่รั้งหน่วงข้าศึกอย่างทรหดอดทนแม้จะถูกโจมตีหนักที่ลามบาค, อามซเตเตน และ เมลด์ ทหารเดนตายออสเตรียที่มาสมทบกับกองทหารรัสเซียก็ขอแยกเป็นอิสระ การปกป้องกรุงเวียนนาเป็นไปไม่ได้แน่นอน

     23 ตุลาคม 1805 คูตูซอฟถอยทัพเข้าหากรุงเวียนนาและสั่งทำลายสะพานข้ามลำน้ำอินน์(เมืองเบราเนา) และ เทราน์(เมืองลินซ์) กองทัพรัสเซียเดินแถวข้ามลำน้ำเอนซ์ ประกอบด้วยทหารปืนใหญ่ ทหารราบ และ รถขนสัมภาระ ขณะหัวแถวอยู่ต้นสะพาน - ท้ายแถวอยู่ปลายสะพาน เมื่อมองจากบนเนินที่กองทหารปืนใหญ่ตั้งป้อมยิงคุ้มกัน นายพลท่านหนึ่งยืนส่องกล้องดูภูมิประเทศรอบๆเห็นข้าศึก(ฝรั่งเศส)ระดมยิงมาที่สะพานเช่นกัน มีกลุ่มควันสีขาวผุดขึ้นจากฝั่งตรงข้ามโน้นประปราย จึงสั่ง เนสวิซกี้ ไปบอกทหารม้า ฮูซาร์ ให้ข้ามสะพานทีหลัง เมื่อข้ามมาแล้วจงทำลายเสีย ตรวจสอบเชื้อเพลิงบนสะพานด้วย   
     เนวิซกี้รับบัญชารีบควบม้าไปกลางสะพานเจอ วาซกา เดนิซอฟ พากันไปพบผู้บังคับการทหารม้าฮูซาร์ที่เชิงสะพานเพื่อถ่ายทอดคำสั่งจากท่านนายพลแล้วเดินทางกลับ

     กองพันทหารราบกองสุดท้ายและรถขนสัมภาระกำลังข้ามสะพานจวนหมดขบวน ทางฝั่งสะพานด้านข้าศึกยังเหลืออยู่เฉพาะทหารม้าฮูซาร์และกองร้อยของเดนิซอฟเท่านั้น เนื่องจากภูมิประเทศลุ่มๆดอนๆพวกเขาจึงไม่เห็นข้าศึก กองทหารราบฝรั่งเศสสวมเสื้อสีน้ำเงิน และทหารปืนใหญ่กำลังเดินอยู่บนเนินในระยะห่างจากกองร้อยของเดนิซอฟประมาณร้อยเมตรคั่นกลางด้วยทุ่งโล่ง



     ยังมีต่อโปรดติดตาม ..
     << อ่านย้อนหลังบทที่หนึ่ง

edit @ 8 Feb 2008 11:15:25 by pinocchio

edit @ 21 Feb 2008 11:33:28 by pinocchio

edit @ 21 Feb 2008 21:04:55 by pinocchio



พิเชษฐ์ ชาญธีระประวัติ
View full profile