
ฮารูกิ มูราคามิ ใช้เวลานานเกือบ 8 ปี กว่าจะเค้นงานเขียนนวนิยายเรื่องแรก(ขณะอายุ 29)ออกมาได้ เขาอยู่ในยุค'บุปผาชน'ซึ่งมุ่งแสวงหาเสรีภาพ การเดินขบวนประท้วง,ต่อต้านสงครามเวียตนามระบาดจาก ซีแอทเทิ่ล มาถึง โตเกียว ความขัดแย้งทางลัทธิการเมือง อิทธิพลของเพลงป๊อปยุค 60's-70's และ ความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวท่ามกลางผู้คนแออัดในเมืองหลวง ผลักดันให้เขาสะท้อนแก่นความคิดขบถผ่านวรรณกรรมญี่ปุ่นยุคใหม่ ยึดมั่นใน'สไตล์'ของตัวเองอย่างแนบแน่น
โบคุ(ผม หรือ ผู้เขียน)กับ มุสิก ,เพื่อนสนิทนั่งจิบเบียร์ พ่นควันบุหรี่ในบาร์เหล้า เจ ทั้งคู่คุยกันสัพเพเหระตามประสาชายหนุ่มซึ่งกำลังงมหาอาชีพเลี้ยงตัว เล่าเรื่องความหลังตอนเป็นนักศึกษา เขาพบหญิงสาวลึกลับ(มีนิ้ว 9 นิ้ว)นอนหมดสติในห้องน้ำของบาร์จึงขับรถพาเธอไปส่งอพาร์ตเม้นต์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น เธอเพิ่งทำแท้งและปฏิเสธจะเริ่มต้นความรักใหม่กับคนแปลกหน้า ล่องหนหายตัวไปกับเสี้ยวหนึ่งของชีวิตโบคุ
ฮารูกิ มูราคามิ แทบไม่ได้วางพล็อตเรื่องล่วงหน้า ปล่อยตัวละครดำเนินไปตามชะตากรรม ระหว่างทางได้สอดแทรกสิ่งละอันพันละน้อยชวนให้พิศวงยากแก่การคาดเดา ตัวอักษรเดินบ้างวิ่งบ้างหรือไม่ก็นอนมาเข้าแถวถักทอเรื่องราวชวนโหยไห้รำพันตอนจบ เขาเทิดทูน ดิเร็ก ฮาร์ตฟิลด์ ยอดนักเขียนอเมริกันผู้อาภัพไว้ตอนเริ่มต้นและท้ายบท ราวกับเป็นยันต์กันผี หรือ ศิษย์มีครู เหมือนกับยกย่อง เอฟ สก็อตต์ ฟิทซ์เจอรัลด์ ในนวนิยาย Norwegian Wood
P9 - ไม่มีงานเขียนใดสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับไม่มีความท้อแท้ใดแห้งเหือดสัมบูรณ์
เมื่อถึงยามที่ต้องปั้นคำลงเป็นงานเขียน ความท้อแท้สิ้นหวังไหลท่วมตัวจนมิดหัวเสมอ ความสามารถของผมมีจำกัด เช่น หากผมจะเขียนเรื่องช้างผมก็คงเขียนเรื่องควาญช้างไม่ได้อยู่ดี เรื่องราวทำนองนี้เกิดเป็นนิจศีล 8 ปีที่ผ่านมาผมจมอยู่ในห้วงความท้อแท้สองฝั่ง หันไปทางไหนก็สิ้นไร้หนทาง และเวลา 8 ปียาวนานเหลือเกิน
P14 - สำหรับผม งานเขียนเป็นงานหนักหนาสาหัส ในบางคราวเวลาผ่านไปเกือบทั้งเดือนเขียนได้เพียงแค่บรรทัดเดียว แต่ในบางคราวผมเขียน 3 วัน 3 คืนเพียงเพื่อจะพบว่าผลงานนั้นผิดพลาดเหลวไหลไร้สาระ
อย่างไรก็ตามงานเขียนถือเป็นเรื่องสนุกถ้าจะเปรียบเทียบกับความลำบากแสนเข็ญของการมีชีวิตอยู่ กระบวนการ'แปะ'ความหมายให้กับชีวิตถือได้ว่าสุขารมณ์ แล่นฉิวเหมือนใบเรือกางอ้ารับลมจนโป่งพอง
p136 - ผมไม่ได้พบหญิงสาวเก้านิ้วอีกเลย ปิดเทอมฤดูหนาวผมกลับบ้าน เธอออกจากร้านขายแผ่นเสียง ย้ายออกจากอพาร์ตเม้นต์ หายตัวไป ไม่ทิ้งร่องรอยในคลื่นชีวิตบุรุษ หรือแม่น้ำแห่งกาลเวลา
เมื่อผมกลับบ้านอีกครั้งในฤดูร้อน ผมเดินถนนเลียบเส้นทางเดียวกับที่เธอเคยเดิน นั่งบนบันไดหินของโกดังสินค้า เหม่อมองคลื่นในทะเล นั่งโดดเดี่ยว แม้จะรู้สึกกลวงไปทั้งอกจนอยากจะร้องไห้ออกมาก็ไม่มีน้ำตาแม้สักหยด ชีวิตดำเนินไปเช่นนั้น
edit @ 2005/08/16 15:06:57
edit @ 2005/08/21 21:38:39
โบคุ ได้รับแรงดลใจจาก กีกิ ,หญิงสาวลึกลับให้หวนกลับไปโรงแรมโลมา(I'Hotel Dauphin)อีกครั้ง โรงแรมเก่าซอมซ่อถูกทุบทิ้ง โรงแรมใหม่ยังคงใช้ชื่อเดิม เขาพบ ยูมิโยชิ ,พนักงานต้อนรับซึ่งเคยมีประสบการณ์สยอง เมื่อลิฟท์เปิดประตูไปสู่ความมืดมิด,เผชิญมนุษย์แกะเช่นเดียวกัน พอเช็คเอ๊าท์ โบคุ ก็จำใจรับหน้าที่ดูแล ยูกิ ลูกสาวศิลปินนักเขียน มากิมูระ กับ ตากล้องหญิง อาเมะ ต่างแยกทางกัน และไม่มีเวลาให้กับลูก โบคุ พา ยูกิ ไปเยี่ยมแม่(อาเมะ)ที่ฮาวาย หล่อนรับจ๊อบถ่ายภาพแฟชั่น โดยมี ดิ๊ก นอร์ธ ,กวีแขนเดียวอดีตจีไอเป็นคนรู้ใจ
P25 - แต่ไม่มีใครเหลืออยู่ ไม่มีสตรีคนใดเหลืออยู่ในห้องนี้ มีเพียงตัวผมดำรงอยู่ตามลำพัง ผมเสพเงาขาดหายของพวกเธอเสมอ สตรีที่จากผมไปแล้ว ผมมองเห็นคำพูด มองเห็นลมหายใจ มองเห็นเพลงที่เธอฮัมในลำคอ โปรยปรายเหมือนฝุ่นขุ่นขาว ที่นี่บ้างที่นั่นบ้าง ทุกซอกมุมของห้อง